สวัสดีครับผมวันนี้เราก็กลับมาพบกันอีกเช่นเคยนะครับ สำหรับวันนี้ผมจะมาเขียนถึงเรื่องการสร้างความสัมพันธ์แบบอัตโนมัติกับระบบ Email Marketing ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นมากในการทำธุรกิจเครือข่าย สำหรับเพื่อนๆที่คิดจะทำธุรกิจเครือข่ายหรือทำธุรกิจเครือข่ายอยู่นะครับ ขอเตือนนะครับว่าควรจะมองหาธุรกิจเครือข่ายที่มีระบบติดตามคนอัตโนมัติ Email Marketing ถ้าธุรกิจเครือข่ายไหนไม่มีระบบติดตามคนอัตโนมัติ Email Marketing อย่าคิดไปทำเด็ดขาดเพราะอะไรนะหรือครับ คุณต้องทำงานหนักแน่ๆ คุณจะทำอย่างไรเมื่อเริ่มมีคนให้ความสนใจ คุณจะอาศัยการโทรไปหาเหรอครับ โอ้ว!!! พระเจ้าจอร์ช....คุณต้องเป็น มือถือลิซึ่ม หรือ นางทางโทรศัพท์แน่ๆ แถมคนที่โทรหาคุณแน่ใจหรือครับว่าเขาสนใจจริงๆหรือแค่กรอกมาดูเฉยๆ สถิติของการทำเครือข่าย บอกว่า 100 คนที่กรอกมาจะมีแค่ 2-3 คนเท่านั้นที่จริงจัง 97-98 คนเป็นคนที่ไม่ได้อยู่ในข่าย คุณจะใช้เวลาเท่าไหร่ในการคุย ยิ่งคุณเป็นคนใหม่ ผมบอกเลยว่าร้อยทั้งร้อยที่โทร เจออาการเหวอแน่ๆ จากการปฎิเสธจากรายชื่อเหล่านั้น ที่ปรึกษาบอกว่าไงครับ"ทำต่อไปหาคนที่ใช่ "แต่เราเป็นคนมีจิตใจ คงไม่อยากเจอการปฎิเสธมากมายขนาดนั้น หรือบางคนสติแตกไปเลยก็มี การ สร้างความสัมพันธ์เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับธุรกิจเครือข่าย เพราะไม่มีใครซื้อหรือ เข้าร่วมกับเครือข่าย กับคนที่ไม่รู้จักกันมาก่อนแบบง่ายๆหรอกครับ คุณคิดว่าเขาจะทำธุรกิจกับคุณเมื่อคุยกัน 1-2 ครั้งเหรอครับ สถิติเครือข่ายบอกว่า คนที่เข้าร่วมเครือข่ายส่วนมากจะเข้าร่วมเมื่อถูกติดตามผลอย่างน้อย 7 ครั้ง 7ครั้งนะครับเพื่อนๆอ่านไม่ผิดหรอกแล้วเพื่อนๆคิดว่าจะโทรชวนเขา 7 ครั้งได้หรือปล่าวละครับผมว่าตอนนี้เพื่อนๆคงจะมีคำตอบในใจกันแล้วละครับ
คราวนี้รู้หรือยังว่าทำไมยังล้มเหลวกับระบบเดิมๆ ที่ใช้การติดตามผลทางโทรศัพท์ เพราะคุณมั่นใจไหมว่าจะกล้าโทรหาคนสนใจอย่างน้อย 7 ครั้ง เป็นผมใครโทรมาขนาดนั้น โดยที่ไม่ใช่คนรู้จักมาก่อน ผมก็คงบอกว่า "คุณมีธุระอะไรนักหนากับผม" การติดตามผ่านทางอีเมล์ที่เรียกว่า Email Marketing จึงเป็นสิ่งจำเป็น เพราะ -ไม่ต้องเหนื่อยคุยกับคนเยอะ ใช้ระบบอีเมล์ติดตามให้แทน -กรองคนมาให้คุยเฉพาะคนที่เขาสนใจเท่านั้น ระบบนี้จะทำให้คุณไม่ต้องเหนื่อยกับคนที่ไม่สนใจ -ทำ ให้คนที่ไม่สนใจในตอนแรกกลับมาสนใจธุรกิจเรา ไอเดียของที่ปรึกษาคุณที่บอกว่า คนทุกคนที่คุณเจอตามท้องถนนคือทีมงานในอนาคต เป็นลูกค้าในอนาคต ให้คุยกับทุกคนบนท้องถนน เป็นไอเดียเดียวกันกับเราครับ แต่ที่ปรึกษาคุณ ใช้วิธีที่ไม่เวิร์คในการทำให้คนสนใจ แต่อีเมล์ที่เราส่งไปจะค่อยๆโน้มเขามาศึกษาสิ่งที่เรานำเสนอมากขึ้น -เป็นการโปรโมตความเป็นมืออาชีพของคุณอีกทางหนึ่ง ทำให้คนรู้จักคุณในฐานะ มืออาชีพ คุณจะเริ่มสร้างกรอบความศรัทธาให้กับเขาอีกทาง "ฉันจะเริ่มส่งเมล์หาคนสนใจเลย จะเลิกโทรแล้วละ" หยุด!!!!....คุณต้องดูเงื่อนไขนี้ -คุณ กำลังจะสแปร์มเมล์หรือเปล่า ระบบที่ผมบอกต้องเป็นระบบถูกกฎหมาย คนที่รับเมล์ยืนยันที่จะรับข้อมูลข่าวสารจากท่านถึงจะส่งให้เขาได้ และเขาสามารถยกเลิกการรับได้ถ้าไม่พอใจที่จะรับเมล์ต่อ ถ้าท่านจะหารายชื่อเมล์แล้วมาส่งโดยใช้เมล์ท่าน หรือ โปรแกรมส่งเมล์ ท่านกำลังเดินหาตาราง -ความเป็นมืออาชีพของเนื้อหาเป็นสิ่งสำคัญ ข้อความท่านกำลังดึงดูดคนหรือ กำลังไล่คนหนี...พิจารณาหรือยัง มั่นใจอย่างไรสิ่งที่ท่านกำลังเขียนมันเวิร์ค -จง เชื่อ ไม่มีใครอยากเป็นคนถูกขาย ท่านกำลังส่งสารไปขายของหรือขายธุรกิจอย่างเดียวหรือเปล่า ถ้าท่านไม่ให้คุณค่าอะไรกับเขา แน่ใจว่าเขาจะกลับมาสนใจสิ่งที่ท่านทำ -ท่าน ส่งเมล์คุยกับเขาหรือเปล่า เช่นจะส่งเมล์หาคุณสายธาร เมล์ท่านจะส่งหาว่า "สวัสดีครับคุณ A " หรือ "สวัสดีครับท่านผู้สนใจ" เพราะคุณกำลังหว่านแหอยู่ใช่ไหม คำพูดที่หวานหูคนที่สุดคือ ชื่อของเขาเอง เมล์ท่านต้องโฟกัสกับเขาเท่านั้น -คุณกำลังส่งเมล์เป็นกลุ่มใหญ่ จะไหวเหรอถ้าไม่มีระบบออโต
เพราะฉะนั้นก่อนจะเริ่มต้นทำธุรกิจเครือข่ายกับใครหรือบริษัทไหนจงถามเขาก่อนวามีระบบอะไรแบบนี้หรือปล่าว
วันจันทร์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
วันอาทิตย์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
การทำธุรกิจที่ไม่ฝืนธรรมชาติ
สวัสดีครับเพื่อนๆทุกคนวันนี้กลับมาพบกันอีกแล้วนะครับวันนี้จะมาพูดเกี่ยวกับการทำธุรกิจเครือข่ายแบบไม่ฝืนธรรมชาติของมนุษย์กันครับ คนที่เขาทำธุรกิจเครือข่ายแล้วประสพความสำเร็จก็เพราะว่าทำธุกิจแบบไม่ฝืนธรรมชาติของมนุษย์
ถ้าพูดถึงธรรมชาติของมนุษย์ในการที่จะกระทำหรือตัดสินใจกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เพื่อนๆคิดว่าจะเกิดมาจากภาวะอารมณ์กันครับ เพื่อนๆคงพอจะนึกกันออกใช่ไหมครับ ถูกต้องนะครับ!!!!! ภาวะอารมณ์ที่พูดถึงก็คือ ความรัก กับความ กลัว
-ถ้าความรักคือ ความยินดี ปรารถนาดี ความสำเร็จ การได้มาซึ่งสิ่งที่ปรารถนา ความปิติ ความสุข การช่วยเหลือแบ่งปัน การดึงดูด
-ถ้าความกลัวคือ การป้องกันตัวเอง การผลักไส ความตรึงเครียด ความเศร้าโศก อิจฉาริษยา เห็นแก่ตัว ความเจ็บปวด
ธรรมชาติของมนุษย์จะพยายามเลี่ยงภาวะจากความกลัว ก่อนที่จะเลือกภาวะแห่งความรักเสมอ เช่น มนุษย์เลือกที่จะเลี่ยงความรู้สึกเจ็บปวดก่อน แม้จะมองเห็นว่าถ้าเราทำอย่างนั้นเราจะได้รับความสำเร็จ และความสุข ยกตัวอย่างเช่น คนที่ทำเครือข่ายเลือกที่จะอยู่เฉยๆ แทนที่จะทำงานเพราะไม่อยากโดนปฎิเสธ ซึ่งเป็นกันเยอะมากเพราะอะไรกันละครับ ใช่แล้วครับเพราะความกลัวที่จะล้มเหลว เพราะฉะนั้นจงอย่ากลัวที่จะล้มเหลว
แล้วการทำธุรกิจเครือข่ายแบบเข้าใจธรรมชาติของมนุษย์ละเป็นอย่างไร?
ธรรมชาติของคน ข้อแรก คนไม่ชอบถูกขาย นี่ไงครับทำไมท่านเสียเพื่อน คนรู้จัก เพราะท่านพยายามที่จะขายอะไรเขาอยู่ไงครับ คนเราจะมีระบบป้องกันตัวเองทันที เพราะฉะนั้นจงเลิกซะ!!!! อย่าลืมเราเตือนคุณแล้ว!!!
ธรรมชาติของคน ข้อที่สอง คนชอบที่จะซื้อ เอาละผมจะลองสมมุตนะครับสมมุต สมมุตให้เพื่อนๆว่าเพื่อนๆถูกลอตเตอร์รี่ซัก 100 ล้าน ( รู้นะครับว่าบอกคนแอบคิดว่าสาธุ!!ขอให้สมพรปาก 55+ล้อกันเล่นนะครับไม่อยากให้เครียดกัน ) ผมว่าสิ่งที่เพื่อนๆจะทำเป็นอย่างแรกคือซื้อ ซื้อแล้วก็ซื้อหรือเพื่อนๆว่าไม่จริงครับ เช่น ซื้อบ้าน ซื้อรถ ซื้อทื่ดิน ซื้อ อื่นๆอีกมากมาย
ธรรมชาติของคน ข้อที่สาม คนไม่ชอบง้อคน ( แต่ชอบที่จะงอน เฮ้อ!!ไม่รู้เหมือนใครที่บ้าน ) ถามหน่อยครับ ท่านที่ทำเครือข่าย ท่านชอบง้อคนไหม แล้วย้อนมองการตลาดทีท่านพยายามโน้มน้าวคน มาสนใจกับท่าน พยายามสาธิตสินค้า พยายามปิดการขาย รู้ไหมท่านกำลังง้อคน
เห็นภาพไหมละครับว่า เพื่อนๆกำลังทำธุรกิจที่ฝืนธรรมชาติ ทั้งกับคนที่เพื่อนๆแนะนำ และตัวของเพื่อนๆเอง เพราะท่านพยายามขาย โน้วน้าวเต็มที่ แต่คนที่ท่านแนะนำพยายามที่จะออกไปเพราะไม่อยากถูกขาย
การทำธุรกิจที่ไม่ฝืนธรรมชาติ ก็คือการที่ท่านทธุรกิจแบบไม่ง้อใคร และท่านต้องนำเสนอในสิ่งที่เขาต้องการมันอยู่แล้วหรือแก้ปัญหาให้เขาได้ ไม่ใช่มาโน้มน้าวให้เขาเริ่มสนใจ ตัวอย่างหนึ่ง ที่เห็นชัดเจนคือ ถ้าคุณพยายามขายเนื้อสันอย่างดีให้กับคนที่กินเจ แม้เนื้อท่านจะมีคุณภาพเท่าใดก็ไม่มีคนซื้อ คุณต้องมีระบบกรองว่าเขากินเนื้อ ถ้าจะให้ดีต้องมีระบบกรองไปอีกว่าเขาชอบทานเนื้อสันคุณภาพดี แล้วคุณก็แค่ทำการตลาดกับคนแบบนี้ไงครับ
การทำธุรกิจแบบไม่ฝืนธรรมชาติ สิ่งแรกทีท่านต้องรู้คือกลุ่มเป้าหมายของท่านคือใคร อย่างที่สอง ท่านมีวิธีการหรือสินค้าที่เป็นที่ต้องการของเขาหรือไม่ อย่างที่สาม จะทำอย่างไรในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย เมื่อท่านเข้าใจทั้งสามข้อแล้วก็สามารถวางกลยุทธ์ ในการทำเครือข่ายของท่านได้
ทีนี้มองออกแล้วใช่ไหมละครับว่าท่านจะทำธุรกิจแบบไม่ฝืนธรรมชาติของคนอย่างไรบนพื้นฐานไม่ง้อใคร และไม่มีใครรู้สึกว่าถูกขาย
เมื่อๆเพื่อนๆอ่านจบแล้วก็อย่าลืมนะครับว่า คนไม่ชอบถูกขาย ชอบที่จะซื้อและไม่ชอบง้อใคร
ลาก่อนครับแล้วพบกันใหม่
ถ้าพูดถึงธรรมชาติของมนุษย์ในการที่จะกระทำหรือตัดสินใจกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เพื่อนๆคิดว่าจะเกิดมาจากภาวะอารมณ์กันครับ เพื่อนๆคงพอจะนึกกันออกใช่ไหมครับ ถูกต้องนะครับ!!!!! ภาวะอารมณ์ที่พูดถึงก็คือ ความรัก กับความ กลัว
-ถ้าความรักคือ ความยินดี ปรารถนาดี ความสำเร็จ การได้มาซึ่งสิ่งที่ปรารถนา ความปิติ ความสุข การช่วยเหลือแบ่งปัน การดึงดูด
-ถ้าความกลัวคือ การป้องกันตัวเอง การผลักไส ความตรึงเครียด ความเศร้าโศก อิจฉาริษยา เห็นแก่ตัว ความเจ็บปวด
ธรรมชาติของมนุษย์จะพยายามเลี่ยงภาวะจากความกลัว ก่อนที่จะเลือกภาวะแห่งความรักเสมอ เช่น มนุษย์เลือกที่จะเลี่ยงความรู้สึกเจ็บปวดก่อน แม้จะมองเห็นว่าถ้าเราทำอย่างนั้นเราจะได้รับความสำเร็จ และความสุข ยกตัวอย่างเช่น คนที่ทำเครือข่ายเลือกที่จะอยู่เฉยๆ แทนที่จะทำงานเพราะไม่อยากโดนปฎิเสธ ซึ่งเป็นกันเยอะมากเพราะอะไรกันละครับ ใช่แล้วครับเพราะความกลัวที่จะล้มเหลว เพราะฉะนั้นจงอย่ากลัวที่จะล้มเหลว
แล้วการทำธุรกิจเครือข่ายแบบเข้าใจธรรมชาติของมนุษย์ละเป็นอย่างไร?
ธรรมชาติของคน ข้อแรก คนไม่ชอบถูกขาย นี่ไงครับทำไมท่านเสียเพื่อน คนรู้จัก เพราะท่านพยายามที่จะขายอะไรเขาอยู่ไงครับ คนเราจะมีระบบป้องกันตัวเองทันที เพราะฉะนั้นจงเลิกซะ!!!! อย่าลืมเราเตือนคุณแล้ว!!!
ธรรมชาติของคน ข้อที่สอง คนชอบที่จะซื้อ เอาละผมจะลองสมมุตนะครับสมมุต สมมุตให้เพื่อนๆว่าเพื่อนๆถูกลอตเตอร์รี่ซัก 100 ล้าน ( รู้นะครับว่าบอกคนแอบคิดว่าสาธุ!!ขอให้สมพรปาก 55+ล้อกันเล่นนะครับไม่อยากให้เครียดกัน ) ผมว่าสิ่งที่เพื่อนๆจะทำเป็นอย่างแรกคือซื้อ ซื้อแล้วก็ซื้อหรือเพื่อนๆว่าไม่จริงครับ เช่น ซื้อบ้าน ซื้อรถ ซื้อทื่ดิน ซื้อ อื่นๆอีกมากมาย
ธรรมชาติของคน ข้อที่สาม คนไม่ชอบง้อคน ( แต่ชอบที่จะงอน เฮ้อ!!ไม่รู้เหมือนใครที่บ้าน ) ถามหน่อยครับ ท่านที่ทำเครือข่าย ท่านชอบง้อคนไหม แล้วย้อนมองการตลาดทีท่านพยายามโน้มน้าวคน มาสนใจกับท่าน พยายามสาธิตสินค้า พยายามปิดการขาย รู้ไหมท่านกำลังง้อคน
เห็นภาพไหมละครับว่า เพื่อนๆกำลังทำธุรกิจที่ฝืนธรรมชาติ ทั้งกับคนที่เพื่อนๆแนะนำ และตัวของเพื่อนๆเอง เพราะท่านพยายามขาย โน้วน้าวเต็มที่ แต่คนที่ท่านแนะนำพยายามที่จะออกไปเพราะไม่อยากถูกขาย
การทำธุรกิจที่ไม่ฝืนธรรมชาติ ก็คือการที่ท่านทธุรกิจแบบไม่ง้อใคร และท่านต้องนำเสนอในสิ่งที่เขาต้องการมันอยู่แล้วหรือแก้ปัญหาให้เขาได้ ไม่ใช่มาโน้มน้าวให้เขาเริ่มสนใจ ตัวอย่างหนึ่ง ที่เห็นชัดเจนคือ ถ้าคุณพยายามขายเนื้อสันอย่างดีให้กับคนที่กินเจ แม้เนื้อท่านจะมีคุณภาพเท่าใดก็ไม่มีคนซื้อ คุณต้องมีระบบกรองว่าเขากินเนื้อ ถ้าจะให้ดีต้องมีระบบกรองไปอีกว่าเขาชอบทานเนื้อสันคุณภาพดี แล้วคุณก็แค่ทำการตลาดกับคนแบบนี้ไงครับ
การทำธุรกิจแบบไม่ฝืนธรรมชาติ สิ่งแรกทีท่านต้องรู้คือกลุ่มเป้าหมายของท่านคือใคร อย่างที่สอง ท่านมีวิธีการหรือสินค้าที่เป็นที่ต้องการของเขาหรือไม่ อย่างที่สาม จะทำอย่างไรในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย เมื่อท่านเข้าใจทั้งสามข้อแล้วก็สามารถวางกลยุทธ์ ในการทำเครือข่ายของท่านได้
ทีนี้มองออกแล้วใช่ไหมละครับว่าท่านจะทำธุรกิจแบบไม่ฝืนธรรมชาติของคนอย่างไรบนพื้นฐานไม่ง้อใคร และไม่มีใครรู้สึกว่าถูกขาย
เมื่อๆเพื่อนๆอ่านจบแล้วก็อย่าลืมนะครับว่า คนไม่ชอบถูกขาย ชอบที่จะซื้อและไม่ชอบง้อใคร
ลาก่อนครับแล้วพบกันใหม่
ป้ายกำกับ:
ทำงานผ่านnet,
ธุรกิจเครือข่าย,
ธุรกิจออนไลน์,
MLM,
mlm expert
วันอังคารที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2552
การคัดเลือกคนที่จะมาเข้าร่วมเครือข่ายในระบบการตลาดแบบดึงดูด Attraction Marketing
สวัสดีครับกลับมาเจอกันใหม่นะครับหลังจากบทความที่ผ่านๆมาเราคงพอที่จะทราบเกี่ยวกับการทำการตลาดแบบดึงดูด Attraction Marketing กันมาพอสมควรแล้ววันนี้ผมจะมาเขียนเกี่ยวกับการคัดเลือกคนที่จะมาเข้าร่วมเครือข่ายในระบบการตลาดแบบดึงดูด Attraction Marketing
เพื่อนๆคงพอจะทราบกันใช่ไหมครับว่าหัวใจของการทำการตลาดแบบดึงดูด Attraction Marketing คือ การสร้างความเชื่อมั่นในตัวเรากับคนที่สนใจ เมื่อคนเห็นความเป็นมืออาชีพของเรา และเขาเห็นว่าเราสามารถพาเขาสำเร็จได้ เราก็อยากจะร่วมกับเรา หน้าที่ของเราคือ การคัดเลือกว่าใครบ้างที่เราต้องการให้เขาเข้าร่วมกับเรา
เราสามารถทำอะไรบางอย่างก่อนคัดเลือกได้ก็คือ เราสามารถให้ข้อมูลการทำธุรกิจเครือข่ายอย่างไรให้สำเร็จ เขาควรทำงานอย่างไร ระบบเป็นแบบไหนบ้างที่จะเอื้อให้สำเร็จจริงๆ แบบเข้มข้น และเปิดโอกาสให้คนที่เขาต้องการร่วมกับเรา ได้แสดงว่าเขาต้องการเข้าร่วมกับเรา หน้าที่ของเราคือ การเลือกคนที่เราต้องการให้ร่วม การคัดเลือกคนเข้าร่วมเครือข่ายกับเรานั้นก็ไม่ต่างอะไรกับการเลือกแฟน นั่นคือเราอาจจะต้องดูหลายๆคุณสมบัติเช่น เขาตั้งใจแค่ไหนที่จะเข้าร่วม เพราะบางคนแค่แวะเข้ามาดูเพื่อจะได้รู้อะไรบางอย่างที่เราทำอยู่ หรือ บางคนอาจจะแค่อยากจะรู้แต่ไม่ต้องการร่วมกับเราจริงๆ เขาเข้าใจการตลาดแบบที่เราทำแค่ไหน เขามั่นใจได้อย่างไรว่าระบบทำงานแบบนี้มันจะเอื้อให้สำเร็จ ทัศนะคติเขาเป็นอย่างไรบ้าง มีทักษะตรงตามที่เราต้องการไหม และเรื่องความพร้อมด้านการลงทุนว่าเขาพร้อมแค่ไหน
การคัดเลือกคนของเราก็ไม่ต่างอะไรจากการคัดเลือกคนเข้ามาทำงานในบริษัท นั่นคือเราต้องชัดเจนกับตัวเองก่อนว่าเราเป็นคนเลือกเขา ไม่ใช่ให้เขามาเลือกเรา ถ้าคิดว่าสิ่งที่กำลังพูดให้เขาฟังเป็นลักษณะการโน้มน้าว!!!ให้เพื่อนๆหยุดคิดสักนิดเพราะว่าเพื่อนๆกำลังพยายามง้อคนที่ท่านสัมภาษณ์อยู่ พยายามชักจูงอยู่ เมื่อคนเขามองว่าตัวเขาเองสามารถเลือกหรือไม่เลือกเราก็ได้ เขาจะเป็นคนถือไพ่ที่เหนือกว่าทันที นั่นหมายถึงการล้มเหลวในการสัมภาษณ์อย่างสิ้นเชิง อย่าลืมนะครับ การสัมภาษณ์คือการคัดคนที่ใช่ เพื่ออนุญาติให้เข้าร่วมกับเราหรือไม่ ถ้าเขาถือไพ่เหนือกว่านั่นคือท่านไม่มีสิทธิ์คัดคนได้เลย สิ่งที่อยากแนะนำสำหรับท่านที่ทำการตลาดดึงดูด ท่านต้องแฝงการตลาดแบบปฎิเสธคนในนั้นด้วย หมายถึงคนที่ไม่มีคุณสมบัติที่จะรับเข้าร่วม ท่านต้องปฎิเสธทันทีอย่าเสียดาย เพราะการรับคนเหล่านี้เข้ามานั่นคือ การได้คนที่ไม่ใช่มาร่วมธุรกิจและโอกาสที่จะล้มเหลวสูง แม้ว่าการทำงานจะง่ายเท่าใดก็ตาม และตัวท่านจะเสียเวลาในการดูแลคนเหล่านี้มากผิดปกติ
เมื่อเข้าสู่สถานการณ์การทำงานแบบนี้ มีคนมาขอสัมภาษณ์เพื่อจะเข้าร่วมธุรกิจกับท่านสม่ำเสมอ ตัวท่านเองเพียงแค่คัดเอาคนที่ใช่ ตัวท่านเองจะเข้าสู่การตลาดดึงดูดแบบเต็มตัวแล้ว แต่การที่ท่านเองจะทำการตลาดแบบนี้ให้สมบูรณ์แบบ ท่านต้องมีระบบการทำการตลาดที่เอื้อจริงๆ และคนเขารู้จักท่านเท่านั้นในฐานะคนที่จะนำพาเขาสำเร็จ และท่านต้องเป็นอย่างนั้นจริงๆ ถ้าเทียบการตลาดดึงดูดว่าเหมือนคนที่หน้าตาดี อาจจะมีคนมาให้คัดเลือกเป็นแฟนเยอะ แต่ถ้าเขารู้ว่าท่านดีแค่หน้าตาแต่นิสัยแย่ คงจะคบกันได้ไม่นาน เหมือนในการทำธุรกิจที่ท่านต้องเป็นอย่างที่คุยจริงๆ ท่านต้องทำอย่างที่พูด และต้องมีระบบสนับสนุนการทำงานเหมือนที่ท่านบอกเขาจริงๆ
เมื่อท่านตัดสินใจที่จะรับเขาเข้าร่วม ท่านต้องเข้าใจธรรมชาติของคนคือ สิ่งที่คนมองหาอย่างหนึ่งในการพูดคุยคือ เขาจะได้อะไรบ้างเมื่อร่วมกับเรา และเขาจะสูญเสียอะไรถ้าเขาไม่ได้ร่วม ในลักษณะไม่ใช่การชักจูง เป็นรายละเอียดสำคัญที่ต้องเพิ่มเติม ให้กับเขาทราบ
มองเห็นใช่ไหมครับว่าการตลาดดึงดูดมีข้อแตกต่างในการที่จะได้คนเข้ามาร่วมแบบสิ้นเชิง ทำให้ท่านได้คนมีคุณภาพเข้ามาร่วม นั่นหมายถึงโอกาสคนที่เข้าร่วมสำเร็จสูงมากอาจจะถึง 90% ซึ่งปกติคนทำเครือข่ายทั่วไปสำเร็จแค่ 1% การทำการตลาดดึงดูด Attraction Marketing จะเป็นมุมมองใหม่ในการทำเครือข่ายในอนาคต เพราะทุกวันนี้คนทำเครือข่ายถูกมองในแง่ลบมาโดยตลอดเพราะรูปแบบการตลาดเดิมๆ บางคนเสียเพื่อน เสียแฟน เสียญาติ เสียคนรู้จัก เขากำลังมองหาการตลาดรูปแบบใหม่ที่ไม่ต้องรบกวนใคร และง่ายกว่า นั่นคือโอกาสของคนที่เริ่มการตลาดแบบดึงดูด Attraction Marketing ที่จะสำเร็จในอนาคตที่มากกว่า...
อย่าลืมนะครับว่าเราเป็นคนให้โอกาสกับเขาไม่ใช่เขาเป็นคนให้โอกาสกับเรา
เพื่อนๆคงพอจะทราบกันใช่ไหมครับว่าหัวใจของการทำการตลาดแบบดึงดูด Attraction Marketing คือ การสร้างความเชื่อมั่นในตัวเรากับคนที่สนใจ เมื่อคนเห็นความเป็นมืออาชีพของเรา และเขาเห็นว่าเราสามารถพาเขาสำเร็จได้ เราก็อยากจะร่วมกับเรา หน้าที่ของเราคือ การคัดเลือกว่าใครบ้างที่เราต้องการให้เขาเข้าร่วมกับเรา
เราสามารถทำอะไรบางอย่างก่อนคัดเลือกได้ก็คือ เราสามารถให้ข้อมูลการทำธุรกิจเครือข่ายอย่างไรให้สำเร็จ เขาควรทำงานอย่างไร ระบบเป็นแบบไหนบ้างที่จะเอื้อให้สำเร็จจริงๆ แบบเข้มข้น และเปิดโอกาสให้คนที่เขาต้องการร่วมกับเรา ได้แสดงว่าเขาต้องการเข้าร่วมกับเรา หน้าที่ของเราคือ การเลือกคนที่เราต้องการให้ร่วม การคัดเลือกคนเข้าร่วมเครือข่ายกับเรานั้นก็ไม่ต่างอะไรกับการเลือกแฟน นั่นคือเราอาจจะต้องดูหลายๆคุณสมบัติเช่น เขาตั้งใจแค่ไหนที่จะเข้าร่วม เพราะบางคนแค่แวะเข้ามาดูเพื่อจะได้รู้อะไรบางอย่างที่เราทำอยู่ หรือ บางคนอาจจะแค่อยากจะรู้แต่ไม่ต้องการร่วมกับเราจริงๆ เขาเข้าใจการตลาดแบบที่เราทำแค่ไหน เขามั่นใจได้อย่างไรว่าระบบทำงานแบบนี้มันจะเอื้อให้สำเร็จ ทัศนะคติเขาเป็นอย่างไรบ้าง มีทักษะตรงตามที่เราต้องการไหม และเรื่องความพร้อมด้านการลงทุนว่าเขาพร้อมแค่ไหน
การคัดเลือกคนของเราก็ไม่ต่างอะไรจากการคัดเลือกคนเข้ามาทำงานในบริษัท นั่นคือเราต้องชัดเจนกับตัวเองก่อนว่าเราเป็นคนเลือกเขา ไม่ใช่ให้เขามาเลือกเรา ถ้าคิดว่าสิ่งที่กำลังพูดให้เขาฟังเป็นลักษณะการโน้มน้าว!!!ให้เพื่อนๆหยุดคิดสักนิดเพราะว่าเพื่อนๆกำลังพยายามง้อคนที่ท่านสัมภาษณ์อยู่ พยายามชักจูงอยู่ เมื่อคนเขามองว่าตัวเขาเองสามารถเลือกหรือไม่เลือกเราก็ได้ เขาจะเป็นคนถือไพ่ที่เหนือกว่าทันที นั่นหมายถึงการล้มเหลวในการสัมภาษณ์อย่างสิ้นเชิง อย่าลืมนะครับ การสัมภาษณ์คือการคัดคนที่ใช่ เพื่ออนุญาติให้เข้าร่วมกับเราหรือไม่ ถ้าเขาถือไพ่เหนือกว่านั่นคือท่านไม่มีสิทธิ์คัดคนได้เลย สิ่งที่อยากแนะนำสำหรับท่านที่ทำการตลาดดึงดูด ท่านต้องแฝงการตลาดแบบปฎิเสธคนในนั้นด้วย หมายถึงคนที่ไม่มีคุณสมบัติที่จะรับเข้าร่วม ท่านต้องปฎิเสธทันทีอย่าเสียดาย เพราะการรับคนเหล่านี้เข้ามานั่นคือ การได้คนที่ไม่ใช่มาร่วมธุรกิจและโอกาสที่จะล้มเหลวสูง แม้ว่าการทำงานจะง่ายเท่าใดก็ตาม และตัวท่านจะเสียเวลาในการดูแลคนเหล่านี้มากผิดปกติ
เมื่อเข้าสู่สถานการณ์การทำงานแบบนี้ มีคนมาขอสัมภาษณ์เพื่อจะเข้าร่วมธุรกิจกับท่านสม่ำเสมอ ตัวท่านเองเพียงแค่คัดเอาคนที่ใช่ ตัวท่านเองจะเข้าสู่การตลาดดึงดูดแบบเต็มตัวแล้ว แต่การที่ท่านเองจะทำการตลาดแบบนี้ให้สมบูรณ์แบบ ท่านต้องมีระบบการทำการตลาดที่เอื้อจริงๆ และคนเขารู้จักท่านเท่านั้นในฐานะคนที่จะนำพาเขาสำเร็จ และท่านต้องเป็นอย่างนั้นจริงๆ ถ้าเทียบการตลาดดึงดูดว่าเหมือนคนที่หน้าตาดี อาจจะมีคนมาให้คัดเลือกเป็นแฟนเยอะ แต่ถ้าเขารู้ว่าท่านดีแค่หน้าตาแต่นิสัยแย่ คงจะคบกันได้ไม่นาน เหมือนในการทำธุรกิจที่ท่านต้องเป็นอย่างที่คุยจริงๆ ท่านต้องทำอย่างที่พูด และต้องมีระบบสนับสนุนการทำงานเหมือนที่ท่านบอกเขาจริงๆ
เมื่อท่านตัดสินใจที่จะรับเขาเข้าร่วม ท่านต้องเข้าใจธรรมชาติของคนคือ สิ่งที่คนมองหาอย่างหนึ่งในการพูดคุยคือ เขาจะได้อะไรบ้างเมื่อร่วมกับเรา และเขาจะสูญเสียอะไรถ้าเขาไม่ได้ร่วม ในลักษณะไม่ใช่การชักจูง เป็นรายละเอียดสำคัญที่ต้องเพิ่มเติม ให้กับเขาทราบ
มองเห็นใช่ไหมครับว่าการตลาดดึงดูดมีข้อแตกต่างในการที่จะได้คนเข้ามาร่วมแบบสิ้นเชิง ทำให้ท่านได้คนมีคุณภาพเข้ามาร่วม นั่นหมายถึงโอกาสคนที่เข้าร่วมสำเร็จสูงมากอาจจะถึง 90% ซึ่งปกติคนทำเครือข่ายทั่วไปสำเร็จแค่ 1% การทำการตลาดดึงดูด Attraction Marketing จะเป็นมุมมองใหม่ในการทำเครือข่ายในอนาคต เพราะทุกวันนี้คนทำเครือข่ายถูกมองในแง่ลบมาโดยตลอดเพราะรูปแบบการตลาดเดิมๆ บางคนเสียเพื่อน เสียแฟน เสียญาติ เสียคนรู้จัก เขากำลังมองหาการตลาดรูปแบบใหม่ที่ไม่ต้องรบกวนใคร และง่ายกว่า นั่นคือโอกาสของคนที่เริ่มการตลาดแบบดึงดูด Attraction Marketing ที่จะสำเร็จในอนาคตที่มากกว่า...
อย่าลืมนะครับว่าเราเป็นคนให้โอกาสกับเขาไม่ใช่เขาเป็นคนให้โอกาสกับเรา
ป้ายกำกับ:
ธุรกิจขายตรง,
ธุรกิจเครือข่าย,
ธุรกิจออนไลน์,
MLM
วันศุกร์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2552
การโปรโมตความเป็นมืออาชีพของตัวเรา
สวัสดีครับกลับมาเจอกันใหม่นะครับหลังจากบทความที่แล้วเราเราได้เรียนรู้วิธีการที่เราจะนำเอาวิธีการทำการตลาดแบบดึงดูดเข้ามาใช้ให้เหมาะสมกับธุรกิจเครือข่าย ซึ่งเพื่อนๆที่ได้ติดตามบทความของผมก่อนๆหน้านี่ก็คงพอที่จะทราบกันนะครับว่าการที่เราจะทำธุรกิจเครือข่ายให้ประสบความสำเร็จนั้นอยู่ที่ว่าเราจะสมัครคนได้หรือปล่าวแล้วการที่เราจะสมัครคนให้ได้มากๆนั้นเราต้องแสดงให้ผู้มุ่งหวังเชื่อมั่นในความเป็นมืออาชีพของเราเมื่อนั้นละครับเราจะเปรียบเสมือนแม่เหล็กในการดึงดูดคนเข้ามาร่วม
แล้วเราจะแสดงให้ผู้มุ่งหวังเชื่อมั่นในความเป็นมืออาชีพของเราได้อย่างไรละ นั้นละคือหัวข้อบทความของเราในวันนี้ครับ หลักการเบื้องต้นในการโปรโมตความเป็นมืออาชีพของตัวเรา
การทำการตลาดดึงดูดเริ่มจากทำให้คนรู้จักเราก่อน หลังจากนั้นเริ่มสร้างความสัมพันธ์ และสุดท้ายท่านก็เริ่มโปรโมตความเป็นมืออาชีพของท่านให้คนเชื่อมั่นในตัวท่าน
การทำให้คนรู้จักเป็นสิ่งแรก ท่านต้องรู้ว่าสิ่งที่จะสุดยอดมากกับกับการทำการตลาดแบบดึงดูดคือ การทำการตลาดกับระบบสังคมออนไลน์ และใช้ระบบที่สนับสนุนสังคมออนไลน์ Social network ที่ท่านต้องเลือกว่าจะใช้เครื่องมืออะไรบ้าง ทีมีในเน็ตอย่างเช่น Youtube, Facebook, hi5, Myspace หรือวิธีอื่นๆที่ท่านถนัด แม้กระทั่งกระทู้ก็ยังได้เลย
ขั้นต่อมาเป็นการสร้างความสัมพันธ์ เพราะคนจะให้ความเชื่อมั่นและเข้ามาสนใจท่าน เมื่อเขามองว่าท่านเป็นคนน่าคบ มีบางอย่างคล้ายๆกัน หรือท่านให้ความใส่ใจในตัวเขาเป็นอันมากท่านต้องทุ่มเวลาเป็นอันมากในการสร้างความสัมพันธ์กับคน ท่านต้องกล้าโชว์ความเป็นตัวท่าน รูปภาพของท่านคือสิ่งที่ขาดไม่ได้ และอย่าทำการอันใดที่เขารู้สึกอึดอัด เพราะสุดท้ายเราจะโดนลบจากระบบของเขาทันที
บางท่านใช้ Social network ในการโฆษณาขายของ ขายธุรกิจทันทีที่เริ่ม สิ่งที่เกิดขึ้นสุดท้ายคือท่านจะไม่มีเพื่อนในเครือข่ายเลยเพราะท่านจะโดนเขี่ยจากระบบเขาทันที คนไม่ชอบโฆษณาขยะเหมือนที่ผมกล่าวแต่ต้น
ขั้นต่อมาเป็นการสร้างความเชื่อมั่นได้นั่นคือ การที่เริ่มโปรโมตความเป็นมืออาชีพของตน แต่ไม่ใช่โปรโมตธุรกิจนะครับ เราต้องโปรโมตสิ่งที่จะแก้ปัญหาให้เขา โปรโมตสิ่งต่างๆที่มีในระบบ ความรู้ความสามารถของเราแบบไม่โอ้อวด เอาให้พอเหมาะ ถ้าเป็นไปได้แสดงหลักฐานด้วยยิ่งดี
ขั้นตอนอาจจะดูง่ายๆแต่ต้องใช้เวลา และความใส่ใจเป็นอันมากในขั้นตอนการสร้างความสัมพันธ์ แต่สุดท้ายผลลัพธ์อันมหาศาลจะเกิดขึ้นแน่นอน อย่างที่มีคนได้กล่าวไว้ กรุงโรมมิได้สร้างเสร็จในวันเดียว ” ฉันใดฉันนั้นความสำเร็จก็มิได้มาในชั่วข้ามคืน
สำหรับบทความหน้าเราผมจะมาพูดกี่ยวกับเรื่องอะไรนั้นไว้ค่อยมาติดตามกันดูนะครับ
หากเพื่อนๆได้อ่านบทความนี้แล้วสนใจอยากเข้าอบรมเพิ่มเติมเกี่ยวกับกการตลาดแบบ Attraction Marketing ทาง On Line ฟรี!!! ก็สามารถ Mail มาบอกผมได้ที่ pu-kj@hotmail.com หรือที่ realzeroone.j@gmail.com พร้อมแจ้งชื่อ อีเมล์ เบอร์โทร และบอกว่าต้องการอบรมเพิ่มเติมเกี่ยวกับกการตลาดแบบ Attraction Marketing
แต่ถ้าหากเพื่อนๆต้องการข้อมูลการทำธุรกิจเครือข่ายแบบถูกต้องและประสพความสำเร็จ สามารถเข้ามากรอกรับข้อมูลส่งให้ฟรีทางเมล์ ได้ที่นี่ครับ http://mlmmakemerich.thport.com/
* -* สำหรับวันนี้ผมก็คงต้องขอลาไปก่อนนะครับแล้วเจอกันใหม่ครับ *-*
แล้วเราจะแสดงให้ผู้มุ่งหวังเชื่อมั่นในความเป็นมืออาชีพของเราได้อย่างไรละ นั้นละคือหัวข้อบทความของเราในวันนี้ครับ หลักการเบื้องต้นในการโปรโมตความเป็นมืออาชีพของตัวเรา
การทำการตลาดดึงดูดเริ่มจากทำให้คนรู้จักเราก่อน หลังจากนั้นเริ่มสร้างความสัมพันธ์ และสุดท้ายท่านก็เริ่มโปรโมตความเป็นมืออาชีพของท่านให้คนเชื่อมั่นในตัวท่าน
การทำให้คนรู้จักเป็นสิ่งแรก ท่านต้องรู้ว่าสิ่งที่จะสุดยอดมากกับกับการทำการตลาดแบบดึงดูดคือ การทำการตลาดกับระบบสังคมออนไลน์ และใช้ระบบที่สนับสนุนสังคมออนไลน์ Social network ที่ท่านต้องเลือกว่าจะใช้เครื่องมืออะไรบ้าง ทีมีในเน็ตอย่างเช่น Youtube, Facebook, hi5, Myspace หรือวิธีอื่นๆที่ท่านถนัด แม้กระทั่งกระทู้ก็ยังได้เลย
ขั้นต่อมาเป็นการสร้างความสัมพันธ์ เพราะคนจะให้ความเชื่อมั่นและเข้ามาสนใจท่าน เมื่อเขามองว่าท่านเป็นคนน่าคบ มีบางอย่างคล้ายๆกัน หรือท่านให้ความใส่ใจในตัวเขาเป็นอันมากท่านต้องทุ่มเวลาเป็นอันมากในการสร้างความสัมพันธ์กับคน ท่านต้องกล้าโชว์ความเป็นตัวท่าน รูปภาพของท่านคือสิ่งที่ขาดไม่ได้ และอย่าทำการอันใดที่เขารู้สึกอึดอัด เพราะสุดท้ายเราจะโดนลบจากระบบของเขาทันที
บางท่านใช้ Social network ในการโฆษณาขายของ ขายธุรกิจทันทีที่เริ่ม สิ่งที่เกิดขึ้นสุดท้ายคือท่านจะไม่มีเพื่อนในเครือข่ายเลยเพราะท่านจะโดนเขี่ยจากระบบเขาทันที คนไม่ชอบโฆษณาขยะเหมือนที่ผมกล่าวแต่ต้น
ขั้นต่อมาเป็นการสร้างความเชื่อมั่นได้นั่นคือ การที่เริ่มโปรโมตความเป็นมืออาชีพของตน แต่ไม่ใช่โปรโมตธุรกิจนะครับ เราต้องโปรโมตสิ่งที่จะแก้ปัญหาให้เขา โปรโมตสิ่งต่างๆที่มีในระบบ ความรู้ความสามารถของเราแบบไม่โอ้อวด เอาให้พอเหมาะ ถ้าเป็นไปได้แสดงหลักฐานด้วยยิ่งดี
ขั้นตอนอาจจะดูง่ายๆแต่ต้องใช้เวลา และความใส่ใจเป็นอันมากในขั้นตอนการสร้างความสัมพันธ์ แต่สุดท้ายผลลัพธ์อันมหาศาลจะเกิดขึ้นแน่นอน อย่างที่มีคนได้กล่าวไว้ กรุงโรมมิได้สร้างเสร็จในวันเดียว ” ฉันใดฉันนั้นความสำเร็จก็มิได้มาในชั่วข้ามคืน
สำหรับบทความหน้าเราผมจะมาพูดกี่ยวกับเรื่องอะไรนั้นไว้ค่อยมาติดตามกันดูนะครับ
หากเพื่อนๆได้อ่านบทความนี้แล้วสนใจอยากเข้าอบรมเพิ่มเติมเกี่ยวกับกการตลาดแบบ Attraction Marketing ทาง On Line ฟรี!!! ก็สามารถ Mail มาบอกผมได้ที่ pu-kj@hotmail.com หรือที่ realzeroone.j@gmail.com พร้อมแจ้งชื่อ อีเมล์ เบอร์โทร และบอกว่าต้องการอบรมเพิ่มเติมเกี่ยวกับกการตลาดแบบ Attraction Marketing
แต่ถ้าหากเพื่อนๆต้องการข้อมูลการทำธุรกิจเครือข่ายแบบถูกต้องและประสพความสำเร็จ สามารถเข้ามากรอกรับข้อมูลส่งให้ฟรีทางเมล์ ได้ที่นี่ครับ http://mlmmakemerich.thport.com/
* -* สำหรับวันนี้ผมก็คงต้องขอลาไปก่อนนะครับแล้วเจอกันใหม่ครับ *-*
ป้ายกำกับ:
ธุรกิจขายตรง,
ธุรกิจเครือข่าย,
ธุรกิจออนไลน์,
MLM,
mlm expert
วันอังคารที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2552
วิธีการทำการตลาดแบบดึงดูดเข้ามาใช้ให้เหมาะสมกับธุรกิจเครือข่าย
สวัสดีครับกลับมาเจอกันใหม่นะครับหลังจากบทความที่แล้วเราเราได้เรียนรู้สิ่งที่มันเวิร์คเมื่อนำระบบ Attraction Marketing หรือระบบการตลาดแบบดึงดูดมาใช้กับธุรกิจเครือข่ายของเราแล้ว ถ้าเพื่อนๆอยากรู้แบบละเอียดมากยิ่งขึ้นก็ลองเข้าไปกรอกข้อมูลใน Web Site ของทีมงานเรา MLM EXPERT http://mlmmakemerich.thport.com เพื่อที่ทางเราจะได้จัดส่ง E Book ไปให้เพื่อนๆได้ลองศึกษาดู สำหรับบทความนี้ผมจะมาเขียนเกี่ยวกับวิธีการที่เราจะนำเอาวิธีการทำการตลาดแบบดึงดูดเข้ามาใช้ให้เหมาะสมกับธุรกิจเครือข่าย
การที่การตลาดแบบดึงดูดของเราจะสมบูรณ์เมื่อเราทำการโปรโมตความเป็นมืออาชีพของเรา จนสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้คน ผ่านระบบต่างๆและเครื่องมือที่เราใช้ในการโปรโมตตัวเอง ทุกคนจะรู้จักเราในฐานะผู้เชี่ยวชาญหรือ Expert ทางด้านเครือข่าย เมื่อนั้นละครับเราจะเปรียบเสมือนแม่เหล็กในการดึงดูดคนเข้ามาร่วม
หัวใจของการทำธุรกิจเครือข่ายอย่างแรกก็คือ การสร้าง list รายชื่อคนที่สนใจ( ผู้มุ่งหวัง ) เป็นสิ่งจำเป็นอันดับแรก สิ่งเก่าๆที่หลายๆคนทำกันมาก่อนไม่ว่าจะเป็นการสร้าง List รายชื่อจากที่คุณรู้จัก 100 คน( ผมให้นิยามว่า 100 คนแรกที่คุณจะไล่เขาจากชีวิต ) หรือการที่เลือกที่จะใช้เงินไปโฆษณาตาม Web Site บางคนใช้การซื้อรายชื่อจากที่ปรึกษา หรือบางคนเลือกการสแปร์มเมล์( ซึ่งต่อไปจะผิดกฎหมายนะครับ ) อาจจะได้ผลบ้างแต่สิ่งสำคัญคือคุณต้องใช้ทั้งเวลาหรืองบประมาณไปกับการสร้างรายชื่อ แถมยังต้องเหนื่อยในการทำงานสำหรับแทบทุกธุรกิจที่ระบบการติดตามไม่มี ต้องโทรตามเอง การสร้างรายชื่อของระบบ Attraction Marketing เมื่อท่านเป็นมนุษย์แม่เหล็กแล้ว ด้วยความเชื่อมั่นที่คนมีต่อตัวท่าน คนจะขยับตัวตามท่านไม่ว่าท่านจะขยับไปทิศทางไหน โดยที่ท่านไม่ต้องเสียเวลาโฆษณาตัวธุรกิจ เพราะตัวท่านคือเครื่องหมายการันตีความสำเร็จอยู่แล้ว งานของท่านจะไม่ใช่การสร้างรายชื่อคนสนใจธุรกิจนั้นๆ แต่จะเป็นการสร้างรายชื่อคนที่อยากเรียนรู้การทำธุรกิจให้สำเร็จ คนที่สนใจว่าท่านจะเอ่ยอะไรออกมา
หัวใจอย่างที่สองคือ การติดตาม ในหลายๆธุรกิจปัจจุบัน การติดตามของคนส่วนใหญ่อยู่ในรูปของการโทรศัพท์ แน่นอนละครับว่า โอกาสที่เขาจะมาร่วมกับเรามันขึ้นกับหลายปัจจัยมาก เมื่อท่านอารมณ์ดี อารมณ์เสีย สัญญาณโทรศัพท์ เวลาที่จะใช้ในการคุย และอื่นๆ ปัจจัยเหล่านี้ทำให้เกิดความล้มเหลวได้ง่ายๆในการติดตามผล ถึงแม้ท่านจะเป็นมืออาชีพเท่าไหร่ก็ตาม ท่านใช้บทพูดที่เทพเขียนให้ก็ตาม นอกจากนี้ท่านยังถูกจำกัดด้านเวลาที่จะนำมาใช้ในการติดตามผล ซึ่งยังไม่รู้ว่าจะเกิดผลลัพธ์อย่างไรด้วยซ้ำไป รายชื่อบางรายชื่อเมื่อท่านโทรไปหาเขาไม่สนใจยังทำให้ท่านรู้สึกท้ออีก หรือแม้กระทั่งคนที่สนใจแต่ยังไม่ตัดสินใจ ท่านจะโทรตามได้กี่ครั้งกัน สุดท้ายก็ต้องทิ้งรายชื่อที่ได้มาโดยยากลำบากไป เกิดแบบนี้กับเครือข่ายที่ท่านทำอยู่ใช่ไหม !!!! วิธีการติดตามของระบบ Attraction Marketing คือการติดตามผ่านทางอีเมล์ที่เรียกว่า Email Marketing เป็นการติดตามที่ทรงประสิทธิภาพที่สุด เราไม่ต้องเหนื่อยกับการคุยกับคน เราจะถูกคนที่สนใจจริงๆเท่านั้นโทรมาหาหรืออีเมล์มาถาม เห็นไหมครับว่าการคุยกับคนที่สนใจมันจะง่ายกว่าเยอะ ท่านสามารถให้ข้อมูลในแบบที่ระบบท่านมีกับเข้าได้เลย ในขณะเดียวกันยังทำให้คนที่อาจจะเข้ามาเป็น lead ของท่านโดยบังเอิญ กลับเข้ามาสนใจในสิ่งที่ท่านทำอยู่ คนที่สนใจจะได้รับอีเมล์จากระบบที่ส่งไปหาเขาเรื่อยๆตามที่ท่านต้องการ( ส่งเมล์แบบนี้ถูกกฎหมายนะครับ ) ท่านจะไม่สูญเสียรายชื่อที่หามาโดยลำบากไปฟรีๆ ยิ่งถ้าท่านมีรายชื่อเยอะๆ การติดตามแบบนี้จำเป็นมากๆ เพราะท่านจะโทรศัพท์อย่างเดียวคงไม่ไหวทุกวันนี้บางธุรกิจในบ้านเราก็เริ่มมีใช้ระบบ Email Marketing กันแล้วนะครับ แต่อย่าลืมนะครับว่า Email Marketing เป็นแค่ส่วนหนึ่งของระบบ Attraction Marketing เพราะหัวใจของการตลาดแบบดึงดูดคือการสร้างความเชื่อมั่นให้คนอื่นเชื่อมั่นในการเป็นมืออาชีพของคุณเอง
หัวใจอย่างที่สามของเครือข่ายคือการปิดการขายหรือการปิดการรับสมัครคน ท่านจะเห็นไหมครับสองอย่างแรกเราสามารถใช้ระบบทำแทนเราได้ หน้าที่ของเราในการตลาดดึงดูดก็คือ การปิดการขายและรับสมัครคน เมื่อระบบการตลาดแบบดึงดูดของท่านแกร่งจริงๆ ท่านไม่ต้องโน้มน้าวอะไรเขาทั้งสิ้น หน้าที่ของท่านคือดูว่าเขาจริงจังแค่ไหน ถ้าไม่จริงจังก็ปฎิเสธเขาไป แทนที่จะให้เข้าร่วม เพราะท่านจะรู้ว่าเสียเวลาเปล่ากับคนไม่จริงจัง และจงสอนการตลาดแบบที่ท่านทำอยู่กับคนที่เขามาร่วมกับท่าน เห็นไหมครับว่าท่านจะถูกเปลี่ยนจากตามล่าคน กลายเป็นคนที่ถูกเขาตามล่าแทน
สำหรับบทความหน้าเราผมจะมาพูดกี่ยวกับเรื่องอะไรนั้นไว้ค่อยมาติดตามกันดูนะครับ
* -* สำหรับวันนี้ผมก็คงต้องขอลาไปก่อนนะครับแล้วเจอกันใหม่ครับ *-*
การที่การตลาดแบบดึงดูดของเราจะสมบูรณ์เมื่อเราทำการโปรโมตความเป็นมืออาชีพของเรา จนสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้คน ผ่านระบบต่างๆและเครื่องมือที่เราใช้ในการโปรโมตตัวเอง ทุกคนจะรู้จักเราในฐานะผู้เชี่ยวชาญหรือ Expert ทางด้านเครือข่าย เมื่อนั้นละครับเราจะเปรียบเสมือนแม่เหล็กในการดึงดูดคนเข้ามาร่วม
หัวใจของการทำธุรกิจเครือข่ายอย่างแรกก็คือ การสร้าง list รายชื่อคนที่สนใจ( ผู้มุ่งหวัง ) เป็นสิ่งจำเป็นอันดับแรก สิ่งเก่าๆที่หลายๆคนทำกันมาก่อนไม่ว่าจะเป็นการสร้าง List รายชื่อจากที่คุณรู้จัก 100 คน( ผมให้นิยามว่า 100 คนแรกที่คุณจะไล่เขาจากชีวิต ) หรือการที่เลือกที่จะใช้เงินไปโฆษณาตาม Web Site บางคนใช้การซื้อรายชื่อจากที่ปรึกษา หรือบางคนเลือกการสแปร์มเมล์( ซึ่งต่อไปจะผิดกฎหมายนะครับ ) อาจจะได้ผลบ้างแต่สิ่งสำคัญคือคุณต้องใช้ทั้งเวลาหรืองบประมาณไปกับการสร้างรายชื่อ แถมยังต้องเหนื่อยในการทำงานสำหรับแทบทุกธุรกิจที่ระบบการติดตามไม่มี ต้องโทรตามเอง การสร้างรายชื่อของระบบ Attraction Marketing เมื่อท่านเป็นมนุษย์แม่เหล็กแล้ว ด้วยความเชื่อมั่นที่คนมีต่อตัวท่าน คนจะขยับตัวตามท่านไม่ว่าท่านจะขยับไปทิศทางไหน โดยที่ท่านไม่ต้องเสียเวลาโฆษณาตัวธุรกิจ เพราะตัวท่านคือเครื่องหมายการันตีความสำเร็จอยู่แล้ว งานของท่านจะไม่ใช่การสร้างรายชื่อคนสนใจธุรกิจนั้นๆ แต่จะเป็นการสร้างรายชื่อคนที่อยากเรียนรู้การทำธุรกิจให้สำเร็จ คนที่สนใจว่าท่านจะเอ่ยอะไรออกมา
หัวใจอย่างที่สองคือ การติดตาม ในหลายๆธุรกิจปัจจุบัน การติดตามของคนส่วนใหญ่อยู่ในรูปของการโทรศัพท์ แน่นอนละครับว่า โอกาสที่เขาจะมาร่วมกับเรามันขึ้นกับหลายปัจจัยมาก เมื่อท่านอารมณ์ดี อารมณ์เสีย สัญญาณโทรศัพท์ เวลาที่จะใช้ในการคุย และอื่นๆ ปัจจัยเหล่านี้ทำให้เกิดความล้มเหลวได้ง่ายๆในการติดตามผล ถึงแม้ท่านจะเป็นมืออาชีพเท่าไหร่ก็ตาม ท่านใช้บทพูดที่เทพเขียนให้ก็ตาม นอกจากนี้ท่านยังถูกจำกัดด้านเวลาที่จะนำมาใช้ในการติดตามผล ซึ่งยังไม่รู้ว่าจะเกิดผลลัพธ์อย่างไรด้วยซ้ำไป รายชื่อบางรายชื่อเมื่อท่านโทรไปหาเขาไม่สนใจยังทำให้ท่านรู้สึกท้ออีก หรือแม้กระทั่งคนที่สนใจแต่ยังไม่ตัดสินใจ ท่านจะโทรตามได้กี่ครั้งกัน สุดท้ายก็ต้องทิ้งรายชื่อที่ได้มาโดยยากลำบากไป เกิดแบบนี้กับเครือข่ายที่ท่านทำอยู่ใช่ไหม !!!! วิธีการติดตามของระบบ Attraction Marketing คือการติดตามผ่านทางอีเมล์ที่เรียกว่า Email Marketing เป็นการติดตามที่ทรงประสิทธิภาพที่สุด เราไม่ต้องเหนื่อยกับการคุยกับคน เราจะถูกคนที่สนใจจริงๆเท่านั้นโทรมาหาหรืออีเมล์มาถาม เห็นไหมครับว่าการคุยกับคนที่สนใจมันจะง่ายกว่าเยอะ ท่านสามารถให้ข้อมูลในแบบที่ระบบท่านมีกับเข้าได้เลย ในขณะเดียวกันยังทำให้คนที่อาจจะเข้ามาเป็น lead ของท่านโดยบังเอิญ กลับเข้ามาสนใจในสิ่งที่ท่านทำอยู่ คนที่สนใจจะได้รับอีเมล์จากระบบที่ส่งไปหาเขาเรื่อยๆตามที่ท่านต้องการ( ส่งเมล์แบบนี้ถูกกฎหมายนะครับ ) ท่านจะไม่สูญเสียรายชื่อที่หามาโดยลำบากไปฟรีๆ ยิ่งถ้าท่านมีรายชื่อเยอะๆ การติดตามแบบนี้จำเป็นมากๆ เพราะท่านจะโทรศัพท์อย่างเดียวคงไม่ไหวทุกวันนี้บางธุรกิจในบ้านเราก็เริ่มมีใช้ระบบ Email Marketing กันแล้วนะครับ แต่อย่าลืมนะครับว่า Email Marketing เป็นแค่ส่วนหนึ่งของระบบ Attraction Marketing เพราะหัวใจของการตลาดแบบดึงดูดคือการสร้างความเชื่อมั่นให้คนอื่นเชื่อมั่นในการเป็นมืออาชีพของคุณเอง
หัวใจอย่างที่สามของเครือข่ายคือการปิดการขายหรือการปิดการรับสมัครคน ท่านจะเห็นไหมครับสองอย่างแรกเราสามารถใช้ระบบทำแทนเราได้ หน้าที่ของเราในการตลาดดึงดูดก็คือ การปิดการขายและรับสมัครคน เมื่อระบบการตลาดแบบดึงดูดของท่านแกร่งจริงๆ ท่านไม่ต้องโน้มน้าวอะไรเขาทั้งสิ้น หน้าที่ของท่านคือดูว่าเขาจริงจังแค่ไหน ถ้าไม่จริงจังก็ปฎิเสธเขาไป แทนที่จะให้เข้าร่วม เพราะท่านจะรู้ว่าเสียเวลาเปล่ากับคนไม่จริงจัง และจงสอนการตลาดแบบที่ท่านทำอยู่กับคนที่เขามาร่วมกับท่าน เห็นไหมครับว่าท่านจะถูกเปลี่ยนจากตามล่าคน กลายเป็นคนที่ถูกเขาตามล่าแทน
สำหรับบทความหน้าเราผมจะมาพูดกี่ยวกับเรื่องอะไรนั้นไว้ค่อยมาติดตามกันดูนะครับ
* -* สำหรับวันนี้ผมก็คงต้องขอลาไปก่อนนะครับแล้วเจอกันใหม่ครับ *-*
วันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2552
การตลาดแบบดึงดูด Attraction Marketing
สวัสดีครับหลังจากที่ฉบับที่แล้วผมเขียนค้างถึงสาเหตุที่มีคนอยากจะสมัครทำธุรกิจกับนาย A (หวังว่าเพื่อนๆคงจะจำกันได้นะครับถ้าไม่ได้ก็กลับไปอ่านบทความที่แล้วดูใหม่นะครับ) เอาละครับเรากลับมาเข้าเรื่องของเรากันต่อ สาเหตุที่มีคนต้องการจะสมัครทำธุรกิจกับนาย A มากขนาดนี้ก็เพราะว่าคนที่ประสพความสำเร็จมีรายได้มหาศาลกับการทำธุรกิจเครือข่าย เขาอยู่ในการทำการตลาดแบบดึงดูด(รายได้)ที่ใครๆ ก็อยากเข้าร่วมเพราะมั่นใจว่าเขาจะนำพาให้เราประสพความสำเร็จได้แน่ๆแต่ช้าก่อนครับพี่น้องแต่คนที่เขามีรายได้มหาศาลเหล่านั้นแทบทุกคนไม่มีระบบที่เอื้อให้กับ Down Line ของเขาประสพความสำเร็จและแย่ไปกว่านั้นคือพวกเขาเหล่านั้นไม่รู้ตัวเองด้วยซ้ำไปว่าเขาอยู่ในการตลาดแบบดึงดูดที่ใครๆก็อยากเข้าร่วมกับเขาและซ้ำร้ายคนเหล่านั้นไม่สามารถที่จะสอนทีมงานให้เข้าใจการตลาดดึงดูดและเป็นแบบเขาได้ และยิ่งเลวร้ายที่สุดคือเขาจะสอนให้คุณทำสิ่งที่เขาอยากให้คุณทำแต่เป็นสิ่งที่เขาไม่เคยทำ และผลักไสให้คุณทำในสิ่งที่คุณไม่ชอบมากที่สุด
เพราะฉะนั้นจงอย่าแค่มองเครือข่ายเพราะหลงในบางอย่างที่สวยงาม แผนง่ายที่สุดในโลก จ่ายมากที่สุดในจักรวาล บริษัทสุดยอดเบอร์หนึ่ง แจกโน่นแจกนี่มากที่สุดเท่าที่เคยมีมา มีคนมีรายได้มหาศาลมากที่สุดในโลก ถามตัวเองก่อน ว่าคนมาแนะนำเขาทำการตลาดอย่างไร เราอยากทำอย่างนั้นไหม ถ้าอยากทำงานแบบนั้นเยี่ยมเลยคุณกำลังพบทางสว่าง ถ้าไม่ใช่ให้รีบถอยออกมา เพราะถ้าคุณเข้าไปคุณก็จะเจอการทำตลาดที่ฝืนความรู้สึกตัวเองทันที สุดท้ายก็จะเจ็บตัวและล้มเหลว ฟันธงครับ!!!!!!!!!
การตลาดแบบดึงดูดคือการตลาดรูปแบบเดียวกับคนที่เขามีรายได้มหาศาลเป็นอยู่ ณ ขณะนี้ แต่เขาไม่รู้ตัวเอง นั่นหมายถึงท่านกำลังได้รู้วิธีการดึงดูดคนให้เข้ามาร่วมกับท่านเหมือนกับคนที่เขามีรายได้มหาศาล เหตุผลเพราะคนอยากร่วมเครือข่ายกับคนที่มั่นใจว่านำพาเขาให้ประสพความสำเร็จได้แน่ๆ แล้วทำไมคนที่ทำการตลาดแบบนี้จะไม่สำเร็จละจริงไหมครับ
ส่วนฉบับต่อไปเราจะมาเจอกันต่อไปในเรื่องของการนำวิธีการทำการตลาดแบบดึงดูดนำเข้ามาใช้ให้เหมาะสมกับการทำธุรกิจเครือข่ายลาก่อนครับพี่น้องชาวไทยแล้วพบกันใหม่ในบทความต่อๆไปนะครับ
สังคมแห่งการแบ่งปันสังคมของเรา MLM EXPERT http://mlmmakemerich.thport.com/
เพราะฉะนั้นจงอย่าแค่มองเครือข่ายเพราะหลงในบางอย่างที่สวยงาม แผนง่ายที่สุดในโลก จ่ายมากที่สุดในจักรวาล บริษัทสุดยอดเบอร์หนึ่ง แจกโน่นแจกนี่มากที่สุดเท่าที่เคยมีมา มีคนมีรายได้มหาศาลมากที่สุดในโลก ถามตัวเองก่อน ว่าคนมาแนะนำเขาทำการตลาดอย่างไร เราอยากทำอย่างนั้นไหม ถ้าอยากทำงานแบบนั้นเยี่ยมเลยคุณกำลังพบทางสว่าง ถ้าไม่ใช่ให้รีบถอยออกมา เพราะถ้าคุณเข้าไปคุณก็จะเจอการทำตลาดที่ฝืนความรู้สึกตัวเองทันที สุดท้ายก็จะเจ็บตัวและล้มเหลว ฟันธงครับ!!!!!!!!!
การตลาดแบบดึงดูดคือการตลาดรูปแบบเดียวกับคนที่เขามีรายได้มหาศาลเป็นอยู่ ณ ขณะนี้ แต่เขาไม่รู้ตัวเอง นั่นหมายถึงท่านกำลังได้รู้วิธีการดึงดูดคนให้เข้ามาร่วมกับท่านเหมือนกับคนที่เขามีรายได้มหาศาล เหตุผลเพราะคนอยากร่วมเครือข่ายกับคนที่มั่นใจว่านำพาเขาให้ประสพความสำเร็จได้แน่ๆ แล้วทำไมคนที่ทำการตลาดแบบนี้จะไม่สำเร็จละจริงไหมครับ
ส่วนฉบับต่อไปเราจะมาเจอกันต่อไปในเรื่องของการนำวิธีการทำการตลาดแบบดึงดูดนำเข้ามาใช้ให้เหมาะสมกับการทำธุรกิจเครือข่ายลาก่อนครับพี่น้องชาวไทยแล้วพบกันใหม่ในบทความต่อๆไปนะครับ
สังคมแห่งการแบ่งปันสังคมของเรา MLM EXPERT http://mlmmakemerich.thport.com/
วันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2552
เริ่มต้นแบบเบาๆกับการตลาดแบบดึงดูด Attraction Marketing
เหมาเจ๋อตุงเคยกล่าวไว้ว่า“ ในการทำสงครามนั้น มีผู้นำบางคนรบชนะติดๆกันหลายครั้ง แต่หลังจากการพ่ายแพ้เพียงครั้งเดียว ความชอบทั้งหมดที่ทำมาก็พลันมลายหายสิ้น และมีผู้นำบางคนรบแพ้เป็นประจำแต่หลังจากชัยชนะเพียงครั้งเดียว เขาก็สามารถพลิกสถานการณ์ก้าวไปสู่ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ”
สวัสดีครับพี่น้องชาวไทยกลับมาพบกันอีกแล้วนะครับ เมื่อฉบับที่แล้วผมได้เขียนค้างไว้ถึงการทำการตลาดของคนที่ประสพความสำเร็จในการทำธุรกิจเครือข่าย เพื่อนๆที่ได้อ่านบทความที่แล้วคงจะเกิดความสงสัยกันใช่ไหมครับว่าพวกเขาทำการตลาดแบบไหนถึงได้ประสพความสำเร็จกันซึ่งวิธีในการทำการตลาดแบบนี้สามารถทำให้คุณสมัครคนได้ 10-20 คนต่อเดือนได้อย่างสบายๆ
วิธีการทำการตลาดแบบนี้เราเรียกว่าการทำการตลาดแบบดึงดูดหรือ Attraction Marketing เพื่อนๆเคยสังเกตุหรือปล่าวครับว่า คนที่เขามีรายได้มหาศาลกับการทำธุรกิจเครือข่ายทำไมเวลาเขาจะสมัครคนเข้ามาร่วมทำธุรกิจทำไมมันช่างง่ายจริงๆ ทั้งที่เราพยายามก็เหมือนเขาอาจจะมากกว่าด้วยซ้ำไป ก็ยังไม่ได้ผลลัพธ์เหมือนกับพวกเขาเหล่านั้น
เอาละผมจะจำลองเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นจริงกับคนทำธุรกิจเครือข่ายหรือมันอาจจะเคยเกิดกับคุณมาแล้วก็ได้ มีธุรกิจเครือข่ายตัวหนึ่ง นาย A เป็นคนที่เริ่มทำธุรกิจเครือข่ายนั้นตั้งแต่แรกในประเทศไทย และเมื่อเวลาผ่านไปหลายปีจากเครือข่ายเล็กๆ กลายเป็นเครือข่ายขาดใหญ่ นาย A กลายเป็นคนที่มีรายได้มหาศาล 7 หลักทุกเดือน เนื่องจากขยายเครือข่ายที่ใหญ่โตขึ้น นาย A ได้รับเชิญเป็นวิทยากรพิเศษ ในงานประชุมของบริษัทที่จัดตามโรงแรมต่างๆบ่อยๆ ในฐานะผู้ที่ประสพความสำเร็จกับการทำธุรกิจเครือข่ายและมีรายได้มหาศาล ทุกคนต่างก็ชื่นชมในความสามารถ ชื่อของนาย A เป็นที่กล่าวขาน ทั้งในห้องประชุมและทาง Internet เป็นคนที่หลายๆคนอย่างเอาอย่างเอาละครับเพื่อนๆพอจะคุ้นกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้หรือปล่าวครับ เอาละครับเรามาดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อไปว่าจะเป็นอย่างไรวันนั้นให้ห้องประชุม นาย B (หรืออาจจะเคยเป็นเรา) ซึ่งเป็นผู้มุ่งหวังของผู้ทำธุรกิจท่านหนึ่งที่อยู่ลำดับลึกมาก ในเครือข่ายของนาย A ได้ประทับใจในตัวของนาย A อย่างมาก ด้วยการที่นาย B เป็นคนมั่นใจในตัวเองสูงนาย B และมองเห็นว่าถ้าร่วมเครือข่ายกับคนที่เขาแนะนำเข้ามาชมวันนี้คงมีโอกาสสำเร็จน้อย และจะดีมากถ้าได้ร่วมกับนาย A นาย B เลยตัดสินใจที่จะไม่ร่วมกับนักธุรกิจท่านนั้นที่เป็นคนแนะนำให้เข้ามาฟังในห้องประชุม แล้วเริ่มค้นหาข้อมูลชื่อ เบอร์โทรของนาย A ทันที ใน Internet และได้เบอร์โทรสมใจ ตัดสินใจโทรหาและบอกว่าอยากเข้าร่วมกับนาย A เนื่องจากไม่รู้มาก่อนว่า นาย B เคยเป็นผู้มุ่งหวังของทีมงานตัวเอง และเห็นว่านาย B มีคุณสมบัติที่ดีหลายอย่าง นาย A เลยตัดสินใจรับสมัครด้วยตัวเองทันที นาย B ดีใจมากที่ได้ร่วมกับคนที่มีรายได้มหาศาลอย่างนี้เมื่อเริ่มเรียนรู้งานจากนาย A นาย B ได้แปลกใจเล็กน้อยเมื่อพบว่านาย A ก็ไม่ได้สอนอะไรพิเศษมากไปกว่าคนที่คนแนะนำท่านคนเดิมแนะนำ สิ่งที่นาย B ได้เห็นมากขึ้นพบว่าบางทีเมื่อขอความช่วยเหลืออะไรก็ตาม นาย A จะไม่ค่อยตอบสนองเท่าไหร่ หรือเพราะเขามีตำแหน่งใหญ่โต เลยติดธุระค่อนข้างมาก นาย B พูดกับตัวเอง นาย B จึงตัดสินใจไปหานาย A ที่บ้านอันหรูหราของนาย A และตัดสินใจเดินเข้าไปทัก และพยายามคุยปัญหาที่เจออยู่ มีคนสนใจธุรกิจและต้องการให้นาย A ช่วยเหลือเธอด่วน ไม่งั้นเดือนนี้จะไม่มีเงินรักษายอดและรายได้ไม่เกิดแน่ๆ นาย A บอกว่า ให้กลับไปก่อนเดี๋ยวจะติดต่อกลับไป เขากลับออกมาจากบ้านนาย A และรู้สึกเสียความรู้สึกนิดๆ หลังจากนั้นนาย A ก็ไม่ติดต่อมาหาตามที่บอก ( เพื่อนๆพอจะคุ้นกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้หรือปล่าวครับ )
เมื่อถึงช่วงงานเปิดโอกาสทางธุรกิจ นาย B ได้ชวนคนเข้าในงานประชุมได้ 3 ท่านที่แสนจะลำบากในการชวนเพราะชวนมาเป็น 30 กว่าคนแต่มาแค่ 3 คน แต่เธอก็ดีใจที่มีคนมาได้ ทั้ง 3 คน มี 2 คนเป็นเป็นพนักงานประจำที่อยากออกจากงานเพราะอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง และอีกคนเป็นนักศึกษาที่อยากหารายได้เพิ่ม หลังจากได้ฟังงานประชุมจนจบ ทุกคนก็ทยอยกันกลับ 3 คนที่ร่วมประชุมไม่มีใครสมัครกับเขาเลย นักศึกษาบอกว่าไม่มีเงินค่าสมัคร ส่วนอีก2 คนบอกว่ายังไม่พร้อมตอนนี้หลังจากนั้น 1 เดือนผ่านไป นาย A ได้จัดงานเลี้ยงยินดีให้กับสมาชิกในทีมที่ได้ขึ้นตำแหน่งใหม่ๆ ได้เชิญคนที่เป็นต้นๆสายของธุรกิจเข้ามาในงานเลี้ยง และทีมงานติดตัวเองเข้ามาในงานด้วย นาย B ก็ได้รับเชิญ และเขาแปลกใจมาก คนที่เขาเคยชวนเข้าอบรมที่โรงแรมก่อนหน้าก็มาด้วย และได้ถามคนที่เป็น Down Line ของนาย A ที่มางานด้วยกัน เขาบอกว่า "อ้อเป็นทีมงานใหม่ของนาย A "
จากเหตุการณ์ที่ผมเขียนจำลองขึ้นมานี้มันเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงกับบุคคลมากมายหลายท่านที่ทำธุรกิจเครือข่ายแล้วล้มเหลวเจ็บตัวกับการทำธุรกิจเครือข่าย จากเหตุการณ์นี้มันพอจะบอกอะไรให้กับเพื่อนๆบ้างครับ เพื่อนๆคิดว่าทำไมจึงมีคนที่อยากจะสมัครทำธุรกิจกับนาย A มากมายขนาดนี้ละ เอาละครับผมจะยังไม่บอกในตอนนี้เพราผมอากให้เพื่อนๆไปลองคิดกันดูว่าอะไรคือสาเหตุที่มีคนอยากจะสมัครทำธุรกิจกับนาย A มากขนาดนี้ แล้วผมจะมาบอกกับเพื่อนๆในฉบับต่อไปนะครับ
อยากเห็นสังคมไทยเป็นสังคมแห่งการแบ่งปัน สำหรับวันนี้ลาก่อนครับพี่น้องชาวไทย
สวัสดีครับพี่น้องชาวไทยกลับมาพบกันอีกแล้วนะครับ เมื่อฉบับที่แล้วผมได้เขียนค้างไว้ถึงการทำการตลาดของคนที่ประสพความสำเร็จในการทำธุรกิจเครือข่าย เพื่อนๆที่ได้อ่านบทความที่แล้วคงจะเกิดความสงสัยกันใช่ไหมครับว่าพวกเขาทำการตลาดแบบไหนถึงได้ประสพความสำเร็จกันซึ่งวิธีในการทำการตลาดแบบนี้สามารถทำให้คุณสมัครคนได้ 10-20 คนต่อเดือนได้อย่างสบายๆ
วิธีการทำการตลาดแบบนี้เราเรียกว่าการทำการตลาดแบบดึงดูดหรือ Attraction Marketing เพื่อนๆเคยสังเกตุหรือปล่าวครับว่า คนที่เขามีรายได้มหาศาลกับการทำธุรกิจเครือข่ายทำไมเวลาเขาจะสมัครคนเข้ามาร่วมทำธุรกิจทำไมมันช่างง่ายจริงๆ ทั้งที่เราพยายามก็เหมือนเขาอาจจะมากกว่าด้วยซ้ำไป ก็ยังไม่ได้ผลลัพธ์เหมือนกับพวกเขาเหล่านั้น
เอาละผมจะจำลองเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นจริงกับคนทำธุรกิจเครือข่ายหรือมันอาจจะเคยเกิดกับคุณมาแล้วก็ได้ มีธุรกิจเครือข่ายตัวหนึ่ง นาย A เป็นคนที่เริ่มทำธุรกิจเครือข่ายนั้นตั้งแต่แรกในประเทศไทย และเมื่อเวลาผ่านไปหลายปีจากเครือข่ายเล็กๆ กลายเป็นเครือข่ายขาดใหญ่ นาย A กลายเป็นคนที่มีรายได้มหาศาล 7 หลักทุกเดือน เนื่องจากขยายเครือข่ายที่ใหญ่โตขึ้น นาย A ได้รับเชิญเป็นวิทยากรพิเศษ ในงานประชุมของบริษัทที่จัดตามโรงแรมต่างๆบ่อยๆ ในฐานะผู้ที่ประสพความสำเร็จกับการทำธุรกิจเครือข่ายและมีรายได้มหาศาล ทุกคนต่างก็ชื่นชมในความสามารถ ชื่อของนาย A เป็นที่กล่าวขาน ทั้งในห้องประชุมและทาง Internet เป็นคนที่หลายๆคนอย่างเอาอย่างเอาละครับเพื่อนๆพอจะคุ้นกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้หรือปล่าวครับ เอาละครับเรามาดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อไปว่าจะเป็นอย่างไรวันนั้นให้ห้องประชุม นาย B (หรืออาจจะเคยเป็นเรา) ซึ่งเป็นผู้มุ่งหวังของผู้ทำธุรกิจท่านหนึ่งที่อยู่ลำดับลึกมาก ในเครือข่ายของนาย A ได้ประทับใจในตัวของนาย A อย่างมาก ด้วยการที่นาย B เป็นคนมั่นใจในตัวเองสูงนาย B และมองเห็นว่าถ้าร่วมเครือข่ายกับคนที่เขาแนะนำเข้ามาชมวันนี้คงมีโอกาสสำเร็จน้อย และจะดีมากถ้าได้ร่วมกับนาย A นาย B เลยตัดสินใจที่จะไม่ร่วมกับนักธุรกิจท่านนั้นที่เป็นคนแนะนำให้เข้ามาฟังในห้องประชุม แล้วเริ่มค้นหาข้อมูลชื่อ เบอร์โทรของนาย A ทันที ใน Internet และได้เบอร์โทรสมใจ ตัดสินใจโทรหาและบอกว่าอยากเข้าร่วมกับนาย A เนื่องจากไม่รู้มาก่อนว่า นาย B เคยเป็นผู้มุ่งหวังของทีมงานตัวเอง และเห็นว่านาย B มีคุณสมบัติที่ดีหลายอย่าง นาย A เลยตัดสินใจรับสมัครด้วยตัวเองทันที นาย B ดีใจมากที่ได้ร่วมกับคนที่มีรายได้มหาศาลอย่างนี้เมื่อเริ่มเรียนรู้งานจากนาย A นาย B ได้แปลกใจเล็กน้อยเมื่อพบว่านาย A ก็ไม่ได้สอนอะไรพิเศษมากไปกว่าคนที่คนแนะนำท่านคนเดิมแนะนำ สิ่งที่นาย B ได้เห็นมากขึ้นพบว่าบางทีเมื่อขอความช่วยเหลืออะไรก็ตาม นาย A จะไม่ค่อยตอบสนองเท่าไหร่ หรือเพราะเขามีตำแหน่งใหญ่โต เลยติดธุระค่อนข้างมาก นาย B พูดกับตัวเอง นาย B จึงตัดสินใจไปหานาย A ที่บ้านอันหรูหราของนาย A และตัดสินใจเดินเข้าไปทัก และพยายามคุยปัญหาที่เจออยู่ มีคนสนใจธุรกิจและต้องการให้นาย A ช่วยเหลือเธอด่วน ไม่งั้นเดือนนี้จะไม่มีเงินรักษายอดและรายได้ไม่เกิดแน่ๆ นาย A บอกว่า ให้กลับไปก่อนเดี๋ยวจะติดต่อกลับไป เขากลับออกมาจากบ้านนาย A และรู้สึกเสียความรู้สึกนิดๆ หลังจากนั้นนาย A ก็ไม่ติดต่อมาหาตามที่บอก ( เพื่อนๆพอจะคุ้นกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้หรือปล่าวครับ )
เมื่อถึงช่วงงานเปิดโอกาสทางธุรกิจ นาย B ได้ชวนคนเข้าในงานประชุมได้ 3 ท่านที่แสนจะลำบากในการชวนเพราะชวนมาเป็น 30 กว่าคนแต่มาแค่ 3 คน แต่เธอก็ดีใจที่มีคนมาได้ ทั้ง 3 คน มี 2 คนเป็นเป็นพนักงานประจำที่อยากออกจากงานเพราะอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง และอีกคนเป็นนักศึกษาที่อยากหารายได้เพิ่ม หลังจากได้ฟังงานประชุมจนจบ ทุกคนก็ทยอยกันกลับ 3 คนที่ร่วมประชุมไม่มีใครสมัครกับเขาเลย นักศึกษาบอกว่าไม่มีเงินค่าสมัคร ส่วนอีก2 คนบอกว่ายังไม่พร้อมตอนนี้หลังจากนั้น 1 เดือนผ่านไป นาย A ได้จัดงานเลี้ยงยินดีให้กับสมาชิกในทีมที่ได้ขึ้นตำแหน่งใหม่ๆ ได้เชิญคนที่เป็นต้นๆสายของธุรกิจเข้ามาในงานเลี้ยง และทีมงานติดตัวเองเข้ามาในงานด้วย นาย B ก็ได้รับเชิญ และเขาแปลกใจมาก คนที่เขาเคยชวนเข้าอบรมที่โรงแรมก่อนหน้าก็มาด้วย และได้ถามคนที่เป็น Down Line ของนาย A ที่มางานด้วยกัน เขาบอกว่า "อ้อเป็นทีมงานใหม่ของนาย A "
จากเหตุการณ์ที่ผมเขียนจำลองขึ้นมานี้มันเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงกับบุคคลมากมายหลายท่านที่ทำธุรกิจเครือข่ายแล้วล้มเหลวเจ็บตัวกับการทำธุรกิจเครือข่าย จากเหตุการณ์นี้มันพอจะบอกอะไรให้กับเพื่อนๆบ้างครับ เพื่อนๆคิดว่าทำไมจึงมีคนที่อยากจะสมัครทำธุรกิจกับนาย A มากมายขนาดนี้ละ เอาละครับผมจะยังไม่บอกในตอนนี้เพราผมอากให้เพื่อนๆไปลองคิดกันดูว่าอะไรคือสาเหตุที่มีคนอยากจะสมัครทำธุรกิจกับนาย A มากขนาดนี้ แล้วผมจะมาบอกกับเพื่อนๆในฉบับต่อไปนะครับ
อยากเห็นสังคมไทยเป็นสังคมแห่งการแบ่งปัน สำหรับวันนี้ลาก่อนครับพี่น้องชาวไทย
วันอังคารที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2552
ปัจจัยหรือสาเหตุที่คนส่วนใหญ่ที่ทำธุรกิจเครือข่ายหรือMLMไม่ประสพความสำเร็จ
สวัสดีครับพี่น้องชาวไทยบทความฉบับนี้ผมจะมาเขียนบทความเกี่ยวกับปัจจัยหรือสาเหตุที่คนส่วนใหญ่ที่ทำธุรกิจเครือข่ายหรือMLMไม่ประสพความสำเร็จกันนะครับว่ามันมีปัจจัยหรือสาเหตุมาจากอะไรกันบ้าง ผมขออนุญาตสรุปดังนี้นะครับ
ปัจจัยหรือสาเหตุประการแรกคือ ทัศนคติหรือความเชื่อของตัวผู้ทำธุรกิจเครือข่ายหรือMLMเองมีทัศนคติหรือความเชื่อที่ผิดในการทำธุรกิจเครือข่ายหรือMLMพวกเขาเหล่านั้นมีทัศนคติหรือความเชื่อที่ว่าการที่จะประสพความสำเร็จในการทำธุรกิจนั้นคือการขายสินค้าให้ได้มากๆซึ่งมันเป็นทัศนคติหรือความเชื่อที่ผิดมาก คนที่ประสพความสำเร็จส่วนนั้นเขาจะไม่สนใจเกี่ยวกับการขายสินค้ามากนักแต่พวกเขามุ่งเน้นที่การขยายเครือข่ายของพวกเขา ดังคำที่ว่า " คนรวยมองหาเครือข่าย คนทั่วไปมองหางานทำ " ซึ่งผมมองว่าคำคำนี้แหละครับคือ Keyword สำคัญที่คนที่ทำธุรกิจเครือข่ายควรที่จะจำไว้ ก่อนที่จะจบย่อหน้านี้ผมอยากจะถามว่า " คุณคิดว่าคนที่ทำธุรกิจเครือข่ายที่มีรายได้เดือนละ 1 ล้านบาท ว่าพวกเขาทำธุรกิจโดยการมองหาคนเข้ามาในเครือข่ายหรือว่าขายของกันละ "
ปัจจัยหรือสาเหตุประการที่สองคือ การมองหาบริษัทที่จะเข้าไปทำ คนที่ไม่ประสพความสำเร็จในการทำธุรกิจเครือข่ายหรือMLM คือคนที่เข้าไปทำในช่วงที่บริษัทผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรละว่าบริษัทที่เราจะเข้าไปร่วมทำธุรกิจนั้นผ่านจุดสูงสุดไปแล้วหรือยัง จากข้อสังเกตของผมนะครับถ้าบริษัทไหนมีผู้นำที่มีรายได้ 1 ล้านบาทต่อเดือนกัน20-30คนแล้วหรือมีการแจกรถBZNEไปแล้ว20-30คันให้คุณรู้ไว้เถอะครับว่าบริษัทนั้นได้ผ่านจุดสูงสุดของบริษัทไปแล้วและคงจะเป็นการยากมากถ้าคุณจะเข้าไปทำแล้วจะประสพความสำเร็จมีรายได้ 1 ล้านบาทต่อเดือนเหมือนกับผู้นำเหล่านั้น ก่อนที่จะจบปัจจัยที่สองนี้ผมก็มีคำถามที่อยากจะถามเพื่อนๆพี่ๆกันนะครับ
" คุณคิดว่าคนที่ทำธุรกิจเครือข่ายแล้วประสพความสำเร็จนั้นพวกเขาเข้าไปร่วมทำธุรกิจกันตอนไหนละพวกเขาเข้าไปร่วมทำธุรกิจตอนบริษัทเพิ่งจะเปิดตัวหรือว่าตอนที่บริษัทเปิดตัวกันไปนานแล้ว "
ปัจจัยหรือสาเหตุประการที่สามคือ Up Line คนที่ไม่ประสพความสำเร็จส่วนใหญ่จะมี Up Line ที่ไม่ให้ความใส่ใจให้กับ Down Line หรือสอนการทำงานในแบบที่ผิดๆหรือสิ่งที่พวกเขาไม่ทำกันอย่างเช่นการให้ Down Line ทำการ List รายชื่อคนที่รู้จักมา 100 คน แล้วให้ Down Line ทำการโทรไปชักชวนให้คนเหล่านั้นมาสมัครทำธุรกิจหรือโทรไปขายของซึ่งการทำแบบนี้เป็นการทำการตลาดที่ผิดมากเป็นการทำการตลาดที่ผลักคนออกไปจากชีวิตลองคิดดูซิว่าถ้าเป็นคุณเจอแบบนี้คุณจะรู้สึกอย่างไรที่อยู่ๆก็ได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนที่ไม่ได้เจอไม่ได้คุยกันมานานแต่อยู่ๆเพื่อนก็โทรมาเอาแต่ชวนทำธุรกิจหรือไม่ก็ขายของถ้าเป็นคุณๆก็คงจะเสียความรู้สึกจนอาจจะเลิกคบกับเพื่อนคนนี้ไปเลย
ปัจจัยหรือสาเหตุประการที่สี่คือ การทำการตลาดในแบบที่ผิดๆก่อนอื่นคุณควรที่จะได้รู้ว่า " คนไม่ชอบที่จะถูกขายแต่คนชอบที่จะซื้อมากกว่า " แต่ความจริงข้อนี้คนไม่ค่อยที่จะรู้ กันดังนั้นคนส่วนใหญ่จึงทำการตลาดแบบผิดๆโดยการโทรไปชวนคนสมัครทำธุรกิจหรือโทรไปขายของหรือส่ง E-Mail ไปชวนคนสมัครทำธุรกิจซึ่งมันช่างขัดกับนิสัยของคนมากเพราะคนไม่ชอบที่จะถูกขายซึ่งการทำการตลาดแบบนี้เป็นการทำการตลาดแบบผลักคนออกไป เพื่อนๆคงไม่สงสัยกันเลยใช่ไหมครับว่ากลุ่มคนที่ทำการตลาดแบบนี้พวกเขาจะประสพความสำเร็จหรือล้มเหลว " แล้วคนที่ประสพความสำเร็จละเค้าทำการตลาดกันแบบไหน " ซึ่งการทำการตลาดแบบคนที่ประสพความสำเร็จนั้นเขาทำกันอย่างไรนั้นผมขออนุญาตเขียนในบทความต่อๆไปนะครับ
ปัจจัยหรือสาเหตุประการที่ห้าคือ การขาดระบบที่ดีในการทำงาน ระบบในการทำงานในที่นี้คืออะไร ระบบการทำงานคือระบบ Internet , E-Mail Marketingและหน้า Web Page ดังนั้นก่อนที่จะเริ่มต้นทำธุรกิจกับบริษัทเครือข่ายใดควรที่จะศึกษาดูก่อนว่าบริษัทนั้นมีระบบที่ช่วยในการทำงานเหล่านี้หรือปล่าว
ฉบับนี้ก็ขอจบไว้เพียงเท่านี้นะครับ หวังว่าคงพอที่จะเป็นประโยชน์กับผู้ที่คิดจะเริ่มต้นทำธุรกิจเครือข่ายหรือนักธุรกิจเครือข่ายมือใหม่ ส่วนคนที่อ่านทความนี้แล้วมีความสนใจที่จะศึกษาให้ลึกกว่านี้ว่าวิธีการทำธุรกิจเครือข่ายหรือMLMให้ประสพความสำเร็จทำกันอย่างไรก็ลองเข้ามากรอกข้อมูลเพื่อที่ Web Site http://mlmmakemerich.thport.com/ กันนะครับเพื่อที่เราจะได้ส่ง E-Book ไปให้กับเพื่อนๆได้ศึกษาดูแล้วบางที่เราอาจจะส่ง Password ในการเข้าห้องประชุมที่ทันสมัยที่มีวิทยากรที่ประสพความสำเร็จในการทำธุรกิจเครือข่ายมาให้เพื่อนๆได้ลองเข้าไปฟังกันนะครับว่าคนที่ประสพความสำเร็จในการทำธุรกิจเครือข่ายนั้นเขามีวิธีในการทำงานและแนวคิดในการทำงานอย่างไร
" โอกาสนั้นมันมีอยู่รอบๆตัวเราเหมือนกับอากาศดังนั้นทุกครั้งที่เราสูดอากาศเข้าไปจงเติมโอกาสให้กับชีวิตไปด้วย " สวัสดีครับพี่น้องชาวไทย
วันพฤหัสบดีที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2552
จุดเด่นของธุรกิจเครือข่าย
สวัสดีครับบทความนี้ผมจะมาเขียนถึงจุดเด่นของธุรกิจเครือข่ายว่ามันมีจุดเด่นอย่างไรทำไมปัจจุบันถึงได้มีคนที่สนใจหันมาทำธุรกิจเครือข่าย( MLM ) กันมากมาย
1. Win - Win Business ( แฟร์ทั้ง 2 ฝ่าย) เมื่อคนที่ท่านแนะนำธุรกิจ (ลูกทีมของท่าน) สำเร็จ ท่านในฐานะผู้แนะนำ.... จึงจะ.... สำเร็จด้วย
2. No - Risk Business (ธุรกิจที่ไม่มีความเสี่ยง) ด้วยขนาดเงินลงทุนต่ำ แต่ใช้สัมพันธภาพสูง ใช้เวลาพอควร ท่านไม่ต้องลงทุนสร้างทรัพย์สิน อาคาร, อุปกรณ์, ที่ดิน (บนกองหนี้สินหรือเงินเรา้) แต่ท่าน.... กำลัง....สร้าง ทรัพย์สินคือ เครือข่ายประชากร (People Assets) ที่.... ผูกโยง กันด้วยสัมพันธภาพ และ.... ได้ผลตอบแทนจากทรัพย์สินบนบันทึกข้อตกลง ผลประโยชน์ร่วมกัน! และ.... ผลตอบแทนนี้ได้มาจาก ผลรวมของทั้งเครือข่าย บางคน.... เรียกผลตอบแทนนี้ว่า Passive Income (รายได้ที่ไม่ต้องลงแรงด้วยตนเอง แม้ว่าคุณจะหยุดทำงาน แต่รายได้ ของคุณยัง เกิดขึ้นต่อเนื่องตลอดเวลา)
3. เป็นธุรกิจที่ท่านสามารถเลือกเวลาทำงานตามใจปรารถนา ไม่ต้องตอกบัตรเข้างาน 8.00 น. ไม่ต้องตอกบัตรออกงาน 17.00 น. ไม่ต้องยื่นใบลากิจ, ลาพักร้อนกับใคร นอกจากขออนุญาติตัวเอง! เป็นเจ้านายงานในเวลาของตนเอง (Time Freedom) นั่นคือ... มีอิสระภาพทางเวลา!
4. เป็นธุรกิจที่กำลังอยู่ในทิศทางใหม่ของโลก เพื่อให้ท่านได้มีเวลา อยู่กับครอบครัวให้มากขึ้น (Home Based Business) เพราะ ธุรกิจนี้ทำบนโต๊ะอาหารภายในบ้านของท่าน และบ้านของคนใน เครือข่ายได้
5. เป็นระบบที่เสริมสร้างโอกาสให้ ได้ร่วมทำงานกับ คนหลากหลาย อาชีพ, หลากหลายประสบการณ์, หลากหลายวัฒนธรรม (Multi Experience - Multi Profession - Multi culture) บนความเท่าเทียมกัน ไม่มีใครเป็นเจ้านาย-ลูกน้อง ทุกคน คือ สมาชิกอิสระ (Distributor) ภายในระบบธุรกิจมีการ.... ถ่ายทอด.... องค์ความรู้ในวิชาชีพ องค์ความรู้ในผลิตภัณฑ์.... จิตวิญญาณที่ปลุกพลังแห่งความสำเร็จ ลงไปเป็นชั้น ๆ ต่อ ๆ กัน ไม่รู้จบ
6. เป็นธุรกิจที่ต่อเชื่อมท่านเข้ากับธุรกิจ ข้ามชาติระดับโลกท่านไม่ต้องสร้างระบบใหม่ ด้วยตนเอง แต่ดำเนินตาม, ปฏิบัติตามแบบแผน ธุรกิจ(Business - format) ที่วางไว้อย่างดีเป็นแบบเดียวกันทั่วโลก (บางคนเรียกว่าเครือข่ายของแฟรนไชส์ ระดับเล็กๆ หรือระดับบุคคล มาผูกโยงเชื่อมกัน (Network of Micro or Personal Franchisee) แต่ไม่ต้องจ่ายค่ารอยัลตี้ (Royalty fee) ใดๆ เลย
7. เป็นระบบธุรกิจเดียวที่มีผลกำไรงอกเงย ขึ้นตลอด 24 ชั่วโมง/วัน ตลอด 365 วัน/ปี แม้ท่านเองจะหยุดพักผ่อน, หยุดพักร้อน เพราะเวลาทำงานภายในเครือข่ายของท่าน อาจอยู่อีกซีกโลกหนึ่ง ซึ่งกำลังทำงานอยู่ในขณะที่ท่านนอนหลับ ซึ่งกำลังทำงานอยู่ในขณะที่ท่านหยุดพักร้อน
8. เป็นระบบธุรกิจเดียวที่ผลงานแห่ง ความพากเพียร ของท่าน วันละ 2 ชั่วโมง สามารถทวีคูณไปเป็น วันละ 2,000 ชั่วโมง, 20,000 ชั่วโมง.... แปรผัน.... ตามความใหญ่โตของ เครือข่ายของท่าน และ.... เมื่อท่านสามารถสร้างสินทรัพย์ (People Assets) เครือข่ายอย่างมีคุณภาพ ท่านก็สามารถทำงาน เต็มที่เพียง 3 - 5 ปี เพื่อรับบำนาญติดต่อกันไปตลอดชีวิต
และนี้ก็คือสาเหตุที่คนหันมาทำธุรกิจเครือข่ายกันมากในปัจจุบัน
1. Win - Win Business ( แฟร์ทั้ง 2 ฝ่าย) เมื่อคนที่ท่านแนะนำธุรกิจ (ลูกทีมของท่าน) สำเร็จ ท่านในฐานะผู้แนะนำ.... จึงจะ.... สำเร็จด้วย
2. No - Risk Business (ธุรกิจที่ไม่มีความเสี่ยง) ด้วยขนาดเงินลงทุนต่ำ แต่ใช้สัมพันธภาพสูง ใช้เวลาพอควร ท่านไม่ต้องลงทุนสร้างทรัพย์สิน อาคาร, อุปกรณ์, ที่ดิน (บนกองหนี้สินหรือเงินเรา้) แต่ท่าน.... กำลัง....สร้าง ทรัพย์สินคือ เครือข่ายประชากร (People Assets) ที่.... ผูกโยง กันด้วยสัมพันธภาพ และ.... ได้ผลตอบแทนจากทรัพย์สินบนบันทึกข้อตกลง ผลประโยชน์ร่วมกัน! และ.... ผลตอบแทนนี้ได้มาจาก ผลรวมของทั้งเครือข่าย บางคน.... เรียกผลตอบแทนนี้ว่า Passive Income (รายได้ที่ไม่ต้องลงแรงด้วยตนเอง แม้ว่าคุณจะหยุดทำงาน แต่รายได้ ของคุณยัง เกิดขึ้นต่อเนื่องตลอดเวลา)
3. เป็นธุรกิจที่ท่านสามารถเลือกเวลาทำงานตามใจปรารถนา ไม่ต้องตอกบัตรเข้างาน 8.00 น. ไม่ต้องตอกบัตรออกงาน 17.00 น. ไม่ต้องยื่นใบลากิจ, ลาพักร้อนกับใคร นอกจากขออนุญาติตัวเอง! เป็นเจ้านายงานในเวลาของตนเอง (Time Freedom) นั่นคือ... มีอิสระภาพทางเวลา!
4. เป็นธุรกิจที่กำลังอยู่ในทิศทางใหม่ของโลก เพื่อให้ท่านได้มีเวลา อยู่กับครอบครัวให้มากขึ้น (Home Based Business) เพราะ ธุรกิจนี้ทำบนโต๊ะอาหารภายในบ้านของท่าน และบ้านของคนใน เครือข่ายได้
5. เป็นระบบที่เสริมสร้างโอกาสให้ ได้ร่วมทำงานกับ คนหลากหลาย อาชีพ, หลากหลายประสบการณ์, หลากหลายวัฒนธรรม (Multi Experience - Multi Profession - Multi culture) บนความเท่าเทียมกัน ไม่มีใครเป็นเจ้านาย-ลูกน้อง ทุกคน คือ สมาชิกอิสระ (Distributor) ภายในระบบธุรกิจมีการ.... ถ่ายทอด.... องค์ความรู้ในวิชาชีพ องค์ความรู้ในผลิตภัณฑ์.... จิตวิญญาณที่ปลุกพลังแห่งความสำเร็จ ลงไปเป็นชั้น ๆ ต่อ ๆ กัน ไม่รู้จบ
6. เป็นธุรกิจที่ต่อเชื่อมท่านเข้ากับธุรกิจ ข้ามชาติระดับโลกท่านไม่ต้องสร้างระบบใหม่ ด้วยตนเอง แต่ดำเนินตาม, ปฏิบัติตามแบบแผน ธุรกิจ(Business - format) ที่วางไว้อย่างดีเป็นแบบเดียวกันทั่วโลก (บางคนเรียกว่าเครือข่ายของแฟรนไชส์ ระดับเล็กๆ หรือระดับบุคคล มาผูกโยงเชื่อมกัน (Network of Micro or Personal Franchisee) แต่ไม่ต้องจ่ายค่ารอยัลตี้ (Royalty fee) ใดๆ เลย
7. เป็นระบบธุรกิจเดียวที่มีผลกำไรงอกเงย ขึ้นตลอด 24 ชั่วโมง/วัน ตลอด 365 วัน/ปี แม้ท่านเองจะหยุดพักผ่อน, หยุดพักร้อน เพราะเวลาทำงานภายในเครือข่ายของท่าน อาจอยู่อีกซีกโลกหนึ่ง ซึ่งกำลังทำงานอยู่ในขณะที่ท่านนอนหลับ ซึ่งกำลังทำงานอยู่ในขณะที่ท่านหยุดพักร้อน
8. เป็นระบบธุรกิจเดียวที่ผลงานแห่ง ความพากเพียร ของท่าน วันละ 2 ชั่วโมง สามารถทวีคูณไปเป็น วันละ 2,000 ชั่วโมง, 20,000 ชั่วโมง.... แปรผัน.... ตามความใหญ่โตของ เครือข่ายของท่าน และ.... เมื่อท่านสามารถสร้างสินทรัพย์ (People Assets) เครือข่ายอย่างมีคุณภาพ ท่านก็สามารถทำงาน เต็มที่เพียง 3 - 5 ปี เพื่อรับบำนาญติดต่อกันไปตลอดชีวิต
และนี้ก็คือสาเหตุที่คนหันมาทำธุรกิจเครือข่ายกันมากในปัจจุบัน
วันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2552
เริ่มต้นกับธุรกิจเครือข่าย
สวัสดีครับวันนี้ผมจะมาเขียนบทความเกี่ยวกับธุรกิจเครือข่ายหรือMLMว่ามันคืออะไร มีวิธีการในการทำงานอย่างไรและทำไมจึงมีคนที่สนใจที่จะทำธุรกิจเครือข่ายกันมากแต่มีคนน้อยคนนักที่จะประสบความสำเร็จกับการทำธุรกิจเครือข่ายก่อนที่เราจะเริ่มทำธุรกิจเครือข่ายนั้นก่อนอื่นเราต้องมาทำความเข้าใจกันก่อนว่าธุรกิจเครือข่ายมันคืออะไรเพราะถ้าเราไม่รู้แล้วเราก็คงที่จะประสบความสำเร็จได้ยากตามคำวลีอมตะที่ซุนวูได้กล่าวไว้ว่า " รู้เขารู้เรารบร้อยครั้งชนะทั้งร้อยครั้ง " ซึ่งเป็นวลีที่นักธุรกิจทั่วโลกหลายท่านนำมาปรับใช้กับการทำธุรกิจแล้วประสบความสำเร็จ
ธุรกิจเครือข่ายหรือMLMเป็นระบบธุรกิจการตลาดรูปแบบใหม่ที่เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคสามารถได้เป็นเจ้าของธุรกิจที่สร้างรายได้จำนวนมาก โดยไม่ต้องมีความเสี่ยงและไม่ต้องลงทุนเงินเป็นจำนวนมากเหมือนกับการทำธุรกิจทั่วๆไป เพียงเริ่มต้นจากการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ดี และเมื่อเกิดความประทับใจในตัวผลิตภัณฑ์ที่ใช้ ก็ทำการแนะนำบอกต่อให้คนที่รู้จักได้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ดีนั้นเหมือนกับตนเป็นการโฆษณาแบบปากต่อปาก เมื่อมีการซื้อผลิตภัณฑ์ใช้ตามคำบอกเล่าจากผู้แนะนำ ก็จะทำให้เกิดกระบวนการเคลื่อนย้ายสินค้าจากผู้ผลิตไปสู่ผู้บริโภคโดยตรง โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการโฆษณาและพ่อค้าคนกลาง เหมือนกับการตลาดแบบเดิม ที่การเคลื่อนย้ายสินค้าจากผู้ผลิตสู่ผู้บริโภคจะต้องผ่านระบบพ่อค้าคนกลางซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับกำไรถึง 60% จากการจัดส่งสินค้ามาสู่ผู้บริโภคเมื่อเกิดกระบวน การเคลื่อนย้ายสินค้าจากผู้ผลิตไปสู่ผู้บริโภคโดยตรง ทำให้บริษัทเจ้าของผลิตภัณฑ์สามารถประหยัดงบประมาณที่เป็นค่าโฆษณาได้มาก ซึ่งบริษัทจะนำงบค่าโฆษณาที่ประหยัดได้ไปใช้ทำการวิจัย พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆให้ดีขึ้น เพื่อให้ผู้บริโภคได้มีโอกาสใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพดียิ่งขึ้นอีก ส่วนผลกำไร 60% ของพ่อค้าคนกลางที่ถูกตัดออกมานั้น บริษัทจะนำเงินส่วนนี้มาจัดสรรให้กับผู้บริโภคที่ใช้ดีแล้วทำการบอกต่อกับผู้อื่นเป็นลำดับชั้นตามสัดส่วนที่บริษัทกำหนดไว้ ซึ่งจะเห็นได้ว่าในระบบการตลาดแบบเครือข่ายนี้ จะทำให้ผู้บริโภคสามารถมีส่วนแบ่งของรายได้มากถึง 60% ของมูลค่าผลิตภัณฑ์ จากระบบการกระจายสินค้าสู่ผู้บริโภคแบบใหม่ นอกเหนือจากการที่จะต้องเป็นผู้จ่ายเงินซื้อสินค้าเพียงอย่างเดียวในระบบธุรกิจแบบเดิม
โดยการตลาดแบบเครือข่ายผู้บริโภค ที่ใช้วิธีการแนะนำบอกต่อนี้จะมีลักษณะที่พิเศษกว่าการตลาดแบบทั่วๆไป คือ ความสามารถในการขยายตัวของจำนวนผู้บริโภคที่จะเพิ่มจำนวนขึ้นได้แบบไม่จำกัดจำนวน โดยอาศัยเพียงการแนะนำผลิตภัณฑ์จากคน 1 คนแนะนำให้กับคน 2 – 3 คนและแต่ละคนของ 2 – 3 คนบอกต่อกับคน 2 – 3 คนต่อๆไป ก็จะเกิดการขยายตัวของจำนวนผู้บริโภค ในลักษณะพหุคูณเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆไม่มีที่สิ้นสุด และนี้ก็คือสาเหตุที่ว่าทำไมคนจึงหันมาทำธุรกิจเครือข่ายกันมาก
แล้วทำไมละจึงมีคนที่ประสบความสำเร็จและล้มเหลวเกิดขึ้นในการทำธุรกิจเครือข่ายจากการสำรวจพบว่าใน 100 คนจะมีคนที่ประสบความสำเร็จเพียง 1 คนแล้วอีก 99 คนละทำไมถึงล้มเหลว ? ถ้าคุณอยากรู้ลองเขามาดูที่ http://mlmmakemerich.thport.com/ ดูซิ
สำหรับวันนี้ขอจบเพียงเท่านี้ก่อนนะครับส่วนบทความหน้าผมจะมาเขียนว่า อะไรคือความแตกต่างระหว่างคนที่ประสบความสำเร็จและคนที่ล้มเหลวนั้นว่าพวกเขาเหล่านั้นมีความต่างกันอย่างไร
สวัสดีครับแล้วเจอกันใหม่กับบทความหน้าครับ*-*
ธุรกิจเครือข่ายหรือMLMเป็นระบบธุรกิจการตลาดรูปแบบใหม่ที่เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคสามารถได้เป็นเจ้าของธุรกิจที่สร้างรายได้จำนวนมาก โดยไม่ต้องมีความเสี่ยงและไม่ต้องลงทุนเงินเป็นจำนวนมากเหมือนกับการทำธุรกิจทั่วๆไป เพียงเริ่มต้นจากการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ดี และเมื่อเกิดความประทับใจในตัวผลิตภัณฑ์ที่ใช้ ก็ทำการแนะนำบอกต่อให้คนที่รู้จักได้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ดีนั้นเหมือนกับตนเป็นการโฆษณาแบบปากต่อปาก เมื่อมีการซื้อผลิตภัณฑ์ใช้ตามคำบอกเล่าจากผู้แนะนำ ก็จะทำให้เกิดกระบวนการเคลื่อนย้ายสินค้าจากผู้ผลิตไปสู่ผู้บริโภคโดยตรง โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการโฆษณาและพ่อค้าคนกลาง เหมือนกับการตลาดแบบเดิม ที่การเคลื่อนย้ายสินค้าจากผู้ผลิตสู่ผู้บริโภคจะต้องผ่านระบบพ่อค้าคนกลางซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับกำไรถึง 60% จากการจัดส่งสินค้ามาสู่ผู้บริโภคเมื่อเกิดกระบวน การเคลื่อนย้ายสินค้าจากผู้ผลิตไปสู่ผู้บริโภคโดยตรง ทำให้บริษัทเจ้าของผลิตภัณฑ์สามารถประหยัดงบประมาณที่เป็นค่าโฆษณาได้มาก ซึ่งบริษัทจะนำงบค่าโฆษณาที่ประหยัดได้ไปใช้ทำการวิจัย พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆให้ดีขึ้น เพื่อให้ผู้บริโภคได้มีโอกาสใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพดียิ่งขึ้นอีก ส่วนผลกำไร 60% ของพ่อค้าคนกลางที่ถูกตัดออกมานั้น บริษัทจะนำเงินส่วนนี้มาจัดสรรให้กับผู้บริโภคที่ใช้ดีแล้วทำการบอกต่อกับผู้อื่นเป็นลำดับชั้นตามสัดส่วนที่บริษัทกำหนดไว้ ซึ่งจะเห็นได้ว่าในระบบการตลาดแบบเครือข่ายนี้ จะทำให้ผู้บริโภคสามารถมีส่วนแบ่งของรายได้มากถึง 60% ของมูลค่าผลิตภัณฑ์ จากระบบการกระจายสินค้าสู่ผู้บริโภคแบบใหม่ นอกเหนือจากการที่จะต้องเป็นผู้จ่ายเงินซื้อสินค้าเพียงอย่างเดียวในระบบธุรกิจแบบเดิม
โดยการตลาดแบบเครือข่ายผู้บริโภค ที่ใช้วิธีการแนะนำบอกต่อนี้จะมีลักษณะที่พิเศษกว่าการตลาดแบบทั่วๆไป คือ ความสามารถในการขยายตัวของจำนวนผู้บริโภคที่จะเพิ่มจำนวนขึ้นได้แบบไม่จำกัดจำนวน โดยอาศัยเพียงการแนะนำผลิตภัณฑ์จากคน 1 คนแนะนำให้กับคน 2 – 3 คนและแต่ละคนของ 2 – 3 คนบอกต่อกับคน 2 – 3 คนต่อๆไป ก็จะเกิดการขยายตัวของจำนวนผู้บริโภค ในลักษณะพหุคูณเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆไม่มีที่สิ้นสุด และนี้ก็คือสาเหตุที่ว่าทำไมคนจึงหันมาทำธุรกิจเครือข่ายกันมาก
แล้วทำไมละจึงมีคนที่ประสบความสำเร็จและล้มเหลวเกิดขึ้นในการทำธุรกิจเครือข่ายจากการสำรวจพบว่าใน 100 คนจะมีคนที่ประสบความสำเร็จเพียง 1 คนแล้วอีก 99 คนละทำไมถึงล้มเหลว ? ถ้าคุณอยากรู้ลองเขามาดูที่ http://mlmmakemerich.thport.com/ ดูซิ
สำหรับวันนี้ขอจบเพียงเท่านี้ก่อนนะครับส่วนบทความหน้าผมจะมาเขียนว่า อะไรคือความแตกต่างระหว่างคนที่ประสบความสำเร็จและคนที่ล้มเหลวนั้นว่าพวกเขาเหล่านั้นมีความต่างกันอย่างไร
สวัสดีครับแล้วเจอกันใหม่กับบทความหน้าครับ*-*
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)

